Follow us:
BUILDING A SUSTAINABLE FUTURE เติบโตอย่างรับผิดชอบ
จากการรวมตัวกันของภาคเอกชนของไทยที่เป็นสมาชิก UN Global Compact ในระดับโลกจนกลายเป็นเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กประเทศไทย (Global Compact Network Thailand) ในปัจจุบัน ดร.ปริญญา ศิริสารการ อดีตกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถือเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนเรื่องนี้อย่างจริงจังมาตั้งแต่ต้น นอกจากจะได้ฟังมุมมองจากภาคธุรกิจเอกชนในฉบับนี้แล้ว เราคิดว่ามุมมองจากฟากฝั่งคนทำงานใน องค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็มีความสำ คัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กประเทศไทยเองก็จะเน้นเรื่องการทำธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนเป็นพิเศษด้วย และนี่คือมุมมองที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อเครือข่ายฯในอนาคต

เครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กประเทศไทยมีความสำคัญอย่างไร
ในมุมมองของผม ผมมองเรื่องนี้มานานแล้วตั้งแต่ผมเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนเมื่อปีพ.ศ.2552 แล้วผมก็ขับเคลื่อนเรื่องนี้มานาน เพราะเห็นความสำคัญของเรื่องนี้มาก แต่เนื่องจากบ้านเราในเวลานั้นเวลาภาคธุรกิจจะทำเพื่อสาธารณะก็มักจะเป็นลักษณะของ CSR (Corporate Social Responsibility) แต่ CSR ของบ้านเราเป็น CSR แบบประชาสงเคราะห์ คือแจกของถ่ายรูปออกสื่อ ทุกวินาที ทุกเม็ดเงินที่จ่ายออกไป จะต้องให้คนรับรู้ เหมือนเป็นการเช่าที่ในการโฆษณาตัวเอง แต่ CSR จริง ๆ ของ Global Compact หรือของสากลมันไม่ใช่การโฆษณาการตลาด ประชาสัมพันธ์ หรือภาพพจน์ แต่เป็นสำนึกสาธารณะที่ต้องมีอยู่ในใจ ทำไปแล้วก็ไม่ต้องหวังผลตอบแทน ฉะนั้นเขาก็เอาหลักเหล่านี้มาใส่ไว้ใน Global Compactส่วนใหญ่ธุรกิจก็จะแสวงหากำไรเป็นหลัก จนไม่ได้มองถึงคุณธรรม แล้วธุรกิจส่วนใหญ่ก็มักจะรวมตัวกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าจะให้รวมตัวกันติด ต้องมองตัวอย่างจากหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จในการรวมตัวกัน ซึ่งเขาจะใช้วิธีหาคนกลางมาเชื่อมโยงธุรกิจต่าง ๆ เข้าด้วยกันซึ่งเครือข่าย Global Compact ถือเป็นตัวกลางที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายประเทศเช่นกัน ในประเทศไทยเคยมีการรวมตัวเป็นเครือข่าย Global Compact ระดับประเทศมาแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะไม่ได้ขับเคลื่อนอะไรเลย สักแต่ว่าเป็นสมาชิก แต่การขับเคลื่อนก็เลยหายไป สหประชาชาติก็ถามผมอีกว่าเป็นไปได้ไหมที่จะพยายามรวบรวมกลุ่ม นี้ขึ้นมาใหม่ หลังจากนั้นผมก็พยายาม แต่ก็เป็นไปได้ยาก จนกระทั่งสถานการณ์ที่เข้มข้นขึ้นมา เราได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Tier 3 (บัญชีกลุ่มที่ 3 ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ที่จัดทำโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา) ก่อนหน้านั้นผมเตือนรัฐบาลขณะนั้นว่าถ้าไม่แก้ไขเรื่องสิทธิมนุษยชนเราจะได้ Tier 3 แล้วเราก็ได้จริง ๆ พอได้ Tier 3 เราถึงเริ่มมามองว่าอะไรที่ทำให้เป็นแบบนั้น แล้วเราต้องทำอะไร สิ่งที่ผมเคยเตือน หรือบอกกล่าวธุรกิจเอกชนต่างๆ ทุกคนเริ่มเห็นความสำคัญ อันนี้ (การจัดตั้งเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กประเทศไทย)ผมว่าทำให้ภาคธุรกิจเริ่มเชื่อมโยงกันง่ายขึ้น เพราะทุกคนตระหนักความสำคัญ

ความคาดหวังที่คุณมีต่อ Global Compact Network Thailand เป็นอย่างไร
ขณะนี้เราเดินมาถูกทางแล้ว เพราะสถานการณ์กำลังบีบคั้นให้กับองค์กรเอกชนให้หันกลับมาคุยกันแล้ว แต่เดิมเรามองว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ ใคร ๆ ก็ทำ CSR ได้ ไล่แจกของ ถ่ายรูปออกสื่อแต่ในหลักของเขามันมีหลาย ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม ต่อต้านคอร์รัปชั่น แรงงาน และสิทธิมนุษยชน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของจริยธรรม คุณธรรม ที่มีอยู่ในทุกศาสนา เป็นเรื่องของมโนธรรม จริยธรรมที่อยู่ในใจส่วนลึกของทุกคน แต่เราไม่เคยมองเห็น ซึ่ง UN Global Compact ก็จำกัดความแนวทางออกมาเป็นข้อๆ เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถเดินตามได้ง่ายสิ่งที่ผมคาดหวังจากเครือข่ายนี้คืออยากให้ทุกคนอย่ามองแบบหลับตาเรื่องแสวงหากำไรกันมากจนเกินไป ใครมีมากก็ช่วยมาก ใครมีน้อยก็ช่วยน้อย แล้วมาทำงานร่วมกันด้วยจิตสำนึกสาธารณะผมไม่อยากให้บริษัทดี ๆ ในประเทศ หรือบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศหลาย ๆ บริษัทต้องถูกต่างประเทศเขาตำหนิติเตียน หรือบอยคอตด้วยมาตรการบางอย่าง ซึ่งกว่าจะสร้างบริษัทใหญ่ขึ้นมาได้ขนาดนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย ฉะนั้นถ้าออกนอกลู่นอกทางก็พยายามช่วยกันประคองให้เข้ามาอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่โดนมาตรการจากต่างประเทศ แล้วถึงเวลาก็แก้ไขไม่ทันแล้วนี่คือสิ่งที่ผมกำลังมอง

สิ่งที่อยากจะแนะนำ ต่อเครือข่าย Global Compact Network Thailand ในฐานะที่ทำงานเรื่องนี้มานานคืออะไร
วันนี้ สมาชิกสหประชาชาติก้าวยาวไปแล้วว่า 15 ปีต่อไปนี้จะทำอะไร มีเป้าหมายที่ชัดเจน มี SDGs หรือ Sustainable Development Goals ถามว่า SDGs บ้านเราควรทำอะไร จริง ๆ เอกชนเรามาจากหลากหลาย มันรวมกันไม่ติดหรอก ในความจำเป็นเรื่องนี้จะต้องมีการวิจัยหรือศึกษาว่าเราควรทำอะไรร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาที่มีร่วมกัน ขณะนี้ทุกคนต่างคนต่างทำ แต่จะทำร่วมกันได้ต้องมีการศึกษาหาข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ตอนนี้เรายังไม่มีใครศึกษาว่าเป้าหมายที่เราควรมีร่วมกันคืออะไรสิ่งที่เราควรจะทำร่วมกัน ถ้าเรามีเครือข่ายแบบนี้ เครือข่ายก็จะช่วยกันดึงกันขึ้นไป คนนี้เจอปัญหานี้ก็จะเตือนอีกคน เป็นการทำงานร่วมกันเป็นทีมเพื่อยกฐานะของตัวเองและเครือข่ายขึ้นไปถามว่าเป้าหมายคืออะไร เป้าหมายคือประเทศชาติ มองที่ประชาชน ถ้าประชาชนดีชาติก็ดี หรือชาติดีประชาชนก็ดี มองอันนั้นดีกว่า ตอนนี้ทุกคนมองที่ตัวเองเป็นหลัก แต่บางทีเราอาจจะมองตัวเองมากเกินไปจนกลายเป็นกอบโกย ซึ่งการกอบโกยอาจจะไปกระทบคนอื่นได้