Follow us:

Sustainable Chef เปิดใจเชฟรุ่นใหม่ กับนิยามการปรุงอาหารเพื่อโลกยั่งยืน

หลายคนอาจสงสัยว่าการทำอาหารจะช่วยสร้างความยั่งยืนให้โลกได้อย่างไร? เชฟแบล็ค ภาณุภน บุลสุวรรณ เจ้าของร้านอาหารขึ้นชื่อในเชียงใหม่ Blackitch Artisan Kitchen เชื่อว่าการบริหารจัดการอาหารในครัวให้คุ้มค่าที่สุดจะช่วยลดการทิ้งขยะอาหาร (Food Waste) ที่ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ เชฟจึงนิยามสไตล์การทำอาหารเพื่อโลกนี้ว่าเป็น Sustainable Chef คือการตั้งใจปรุงอาหารทุกจานตามแนวคิด Zero Waste โดยร้านอาหารของเชฟจะไม่มีเมนูอาหาร แต่เมนูที่เสิร์ฟจะได้จากวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาลที่หาได้ในช่วงนั้นมาปรุงให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ทิ้งอาหารไปอย่างไร้ค่า แต่ละเมนูจึงต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ดัดแปลงวัตถุดิบ ทำให้ลูกค้าได้ทานอาหารที่อร่อยใช้วัตถุดิบออแกนิกสดๆ จากธรรมชาติควบคู่กับความแปลกใหม่จากเมนูที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละวันอีกด้วย



เชฟแบล็ค เล่าว่า ‘‘ผมเคยศึกษามาว่า 50% ของขยะอาหาร คือขยะเปียกที่เกิดจากครัวเรือน จึงคิดว่าจะจัดการขยะอย่างไรให้ดีต่อเราและดีต่อโลก เพื่อให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน คำตอบก็คือการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบให้คุ้มค่ามากที่สุด ทิ้งให้น้อยที่สุดเพราะธรรมชาติสร้างสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้มนุษย์แล้ว การทำหน้าที่เป็นนักปรุงอาหาร หรือเชฟจึงเป็นแค่ผู้ส่งสาร หรือผู้นำสิ่งดีๆ จากธรรมชาติมาประกอบเข้าด้วยกันเท่านั้น ถ้าร้านอาหารของผมเริ่มจัดการอาหารให้มีคุณค่ามากที่สุด อาหารจะนำพาผู้คนกลับไปสู่ความเรียบง่ายอันงดงามของธรรมชาติ ทำให้ลูกค้าเห็นคุณค่าของวัตถุดิบมาให้เราทาน และได้เรียนรู้การจัดการขยะไปพร้อมกัน’’

gcnt_22

สำหรับวัตถุดิบที่เหลือใช้เชฟแบลคจะนำไปถนอมอาหาร หรือ หมักเป็นซอส เช่น นำข้าวที่เหลือก้นหม้อมาทำข้าวเกรียบ นำเปลือกแตงโมมาหมักดองเป็นเครื่องปรุง นำก้านผักชี ที่เหลือจากการเด็ดใบมาทำเป็นขนมเมอแรงก์ โดยอาหารที่เสิร์ฟทุกจานจะยังคุณประโยชน์ ความสะอาด และความคิดสร้างสรรค์เสมอ และถ้าลูกค้ากินอาหารเหลือเยอะ เขาจะให้ลูกค้าทิ้งเศษอาหารลงในกล่องปุ๋ยด้วยตัวเอง และทางร้านยังให้คำแนะนำวิธีการทิ้งขยะที่ถูกต้องให้แก่ลูกค้า เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปจัดการขยะที่บ้านได้ นอกจากนี้เชฟยังเลี้ยง ไส้เดือนไว้ที่ชั้น 3 ของร้านเพื่อกำจัดเศษผักและเป็นพื้นที่สำหรับผลิตปุ๋ย โดยปุ๋ยจะถูกกระจายส่งออกไปให้ชาวบ้านทุก 15 วัน เพื่อตอบแทนผักปลอดสารพิษที่ปลูกให้


“ทุกวันนี้เราซื้อของ 100 บาท เราใช้แค่ 20 บาท เราเสียเงินไปกับหีบห่อ เสียเงินไปกับราก เสียเงินไปกับเปลือก เสียเงินไปกับเมล็ด แต่ของที่ผมทำมาจากของเสีย น้ำปลาของผมก็มาจากหัวกุ้งหรือหัวปลาสลิด สุดท้ายแล้วผมซื้อของ 100 บาท ผมใช้ของทั้ง 100 บาท และช่วยให้ผมมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย” เชฟแบล็คอธิบายเพิ่มเติม

นอกจากการปรุงอาหารตามแนวคิด Sustainable Chef จะทำให้เราได้ทานอาหารที่มีคุณภาพ มีคุณค่าทางโภชนาการ แล้วการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบที่มีให้เกิดคุณค่ามากที่สุดยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น เป็นวิถีในการปรุงอาหารที่ใส่ใจต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมสร้างอนาคตที่ดีให้เราและโลกเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน





อ้างอิงข้อมูล

www. sdthailand.com, www.themomentum.com, www.bangkokbiznews.com ,
ขอบคุณภาพจาก www.readthecloud.co