SDGs Navigator | ESG กับ Sustainability: สองสิ่งที่ดูเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน

เขียนโดย: ดร.ธันยพร กริชติทายาวุธ ผู้อำนวยการสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย

ในโลกธุรกิจปัจจุบัน เรามักได้ยินคำว่า ESG และ Sustainability ใช้สลับกันจนกลายเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ความเป็นจริงนี้สองคำนี้มีความหมายแตกต่างกัน ทั้งเจตนารมณ์ และ วัตถุประสงค์ ตั้งแต่ต้น หากผู้นำองค์กรใช้สองคำนี้แทนกันโดยไม่เข้าใจความหมายตั้งแต่แรก คุณอาจกำลังสร้างกลยุทธ์ที่ดูดีบนรายงาน แต่ ไม่ได้สร้างผลกระทบที่แท้จริงต่อโลกและตัวธุรกิจเอง

1. ESG คือ เลนส์สำหรับประเมินความเสี่ยงเพื่อการลงทุน

ESG (Environmental, Social, and Governance) คือ กรอบแนวคิดที่ถูกสร้างขึ้นโดย “นักลงทุน” เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการวัดว่าปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการทางการเงินและความมั่นคงของบริษัทอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น

  • ด้านสิ่งแวดล้อม (E): หากบริษัทปล่อยคาร์บอนสูง ย่อมเสี่ยงต่อภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ในอนาคต
  • ด้านสังคม (S): หากมีปัญหาสิทธิแรงงาน ย่อมเสี่ยงต่อการถูกบอยคอตและฟ้องร้อง
  • ด้านธรรมาภิบาล (G): หากโครงสร้างบริหารอ่อนแอ ย่อมเสี่ยงต่อการทุจริตและการสูญเสียความเชื่อมั่น

ดังนั้น การที่บริษัทมี ESG Score สูง จึงหมายความว่าบริษัทนั้น “บริหารจัดการความเสี่ยงได้ดี” และ “มีความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูล” ซึ่งทำให้น่าลงทุนในสายตานักลงทุน แต่การมี ESG Score สูง ไม่ได้การันตีเสมอไปว่าธุรกิจนั้นกำลังสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่โลกในฐานะเป้าหมายหลัก

2. ความยั่งยืน คือ ทิศทางที่ขับเคลื่อนด้วยจุดมุ่งหมาย

ในขณะที่รายงาน ESG มักเกิดจากแรงกดดันของตลาดทุน และข้อมูลที่ใช้ในรายงานเป็นไปตามเกณฑ์ แต่ ความยั่งยืน (Sustainability) เกิดจาก “จุดมุ่งหมาย” (Purpose) และเจตนารมณ์ภายในองค์กรว่า ธุรกิจจะสร้างคุณค่าระยะยาวโดยไม่ทำลายทรัพยากรหรือชุมชนที่เป็นรากฐานของการเติบโตได้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น

  • Impact: ธุรกิจของเราทำให้โลกและสังคมดีขึ้นจริงหรือไม่?
  • Value Creation: เราสร้างคุณค่าที่แท้จริงในระยะยาว แทนที่จะเป็นการคาดหวังในผลประโยชน์ระยะสั้น?
  • Sustainable business: ในอีก 100 ปีข้างหน้าด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ธุรกิจนี้ยังจะสามารถดำเนินอยู่ได้หรือไม่?

ซึ่งความยั่งยืนคือ การลงมือทำ เป็นมากกว่าแค่ การรายงาน เช่น การเปลี่ยนกระบวนการผลิตเพื่อลดคาร์บอนจริงๆ ไม่ใช่แค่การซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อหักลบ (Offset) ตัวเลขในรายงาน หรือการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาสังคม ไม่ใช่แค่การทำกิจกรรม CSR เป็นครั้งคราว

บทสรุป สองคำนี้ควรใช้อย่างไรไม่ให้สับสน

ดังนั้น บริษัทที่ประสบความสำเร็จในยุคนี้ไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง ESG หรือ ความยั่งยืน อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่หากเข้าใจว่าต้องใช้ร่วมกันเพื่อเกื้อหนุนกัน ถ้าเราเข้าใจความหมายที่แท้จริง

รายงาน ESG คือไม้บรรทัดสำหรับวัดผลและจัดการความเสี่ยงที่ธุรกิจสร้างขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจจะรอดในสายตาตลาดทุน

ส่วน Sustainability คือทิศทางที่ขับเคลื่อนด้วยจุดมุ่งหมายในการสร้างคุณค่าและนวัตกรรมขององค์กร เพื่อทำให้ธุรกิจของเราจะอยู่อย่างมีความหมายและเติบโตไปพร้อมกับโลกได้อย่างมั่นคง

ยกตัวอย่าง

บริษัท A: องค์กรที่เน้นทำรายงาน ESG เพียงอย่างเดียว แม้จะมีคะแนน ESG Score ระดับ A+ หรือมีรายงานความยั่งยืนที่สมบูรณ์แบบผ่านการตรวจสอบทุกขั้นตอน แต่ในความเป็นจริงแล้ว องค์กรยังมีการปล่อยคาร์บอนเพิ่มขึ้น จ่ายค่าแรงเพียงขั้นต่ำ และยังใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นเพียงความดูดีบนหน้ากระดาษ แต่ขาดความยั่งยืนที่แท้จริงเชิงปฏิบัติในระยะยาว

ในขณะที่บริษัท B: องค์กรเริ่มต้นด้วยการกำหนดเป้าหมาย “Sustainability เป็นทิศทาง และ ใช้ ESG เป็นเครื่องมือ” โดยวางเป้าหมายหลักเพื่อสร้างคุณค่าให้สังคม เช่น ผลิตอาหารสุขภาพควบคู่กับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม กลยุทธ์ของบริษัทจึงมุ่งเน้นการทำเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู การจ้างงานที่เป็นธรรม และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้มาตรวัด ESG มาเพื่อตรวจสอบความคืบหน้าและสร้างความโปร่งใสให้นักลงทุน ผลลัพธ์ที่ตามมา คือ ผลกระทบเชิงบวกที่จับต้องได้จริง ซึ่งไม่เพียงทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและนักลงทุนมั่นใจเท่านั้น แต่ยังสร้างประโยชน์ที่ยั่งยืนในระยะยาวให้แก่พนักงานและสังคมไปพร้อมกัน


ดูตัวอย่างการกำหนดเป้าหมายในระยะยาวและขับเคลื่อนการบูรณาการ SDG เข้ากับระบบธุรกิจหลัก คู่มือภาษาอังกฤษ: (คลิก) Ambition Guide: Setting Goals for the Decade of Action

อ่านคู่มือฉบับภาษาไทยได้ที่: (คลิก) คู่มือปณิธานเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG Ambition Guide กำหนดเป้าหมายเพื่อทศวรรษแห่งการทำจริงจัง

Share the Post:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง