HomePro สร้างคุณค่าจากสิ่งของ ด้วยกลยุทธ์ที่ทำให้คนเข้าถึงง่าย ผ่านโมเดล Circular Economy



จะทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้คุณค่าจากของที่ใช้อยู่?

นับว่าเป็นความท้าทายโลกธุรกิจในยุคปัจจุบัน การสื่อสารให้ผู้บริโภคเห็นถึงคุณค่าที่แท้จริงขององค์กร โดยเฉพาะมิติของ ‘ความยั่งยืน’ ไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับ โฮมโปร (HomePro) ธุรกิจค้าปลีกสินค้าเกี่ยวกับบ้านที่มีฐานลูกค้ากว่า 7 ล้านราย สินค้าส่วนใหญ่ที่ลูกค้าซื้อไปมักเป็นการซื้อเพื่อทดแทนของเดิม ซึ่งปลายทางของสินค้าตัวเก่าเหล่านั้นอาจกลายเป็นขยะและมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้หากจัดการไม่ถูกวิธี

โฮมโปรจึงตั้งคำถามว่า ในมุมของธุรกิจ เราจะขับเคลื่อนอย่างไรให้เกิดความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างผู้ผลิต ตลอดจนซัพพลายเชน ไปจนถึงมือลูกค้า โดยที่เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ตัวเลขผลกำไร แต่คือการสร้างสมดุลให้ทุกภาคส่วนเติบโตไปพร้อมกัน

คุณ ณพล ก่อก้องวิศรุต ผู้จัดการทั่วไป สาย Eco-Systems เล่าถึงเส้นทางของแนวคิดนี้ว่า แม้บริษัทจะมีทิศทางเรื่อง Circular Economy เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่การได้ไปร่วมเวิร์กชอปกับ Circo Hub Thailand ถือเป็นการจุดประกายไอเดียใหม่ๆ ที่นำมาต่อยอดกับแนวคิด ‘Better Living’ ได้อย่างลงตัว ซึ่งไม่เพียงแค่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านบริการแบบครบวงจรตั้งแต่การปรับปรุงบ้านไปจนถึงบริการหลังการขาย แต่ยังทำให้เรื่องการรักษ์โลกเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวผู้บริโภคมากขึ้น

โมเดลธุรกิจ Closed-Loop Circularity จัดการทรัพยากรหมุนเวียนจากสิ่งที่มีอยู่

โมเดลธุรกิจของโฮมโปร ไม่ได้เป็นแค่ผู้ขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้จัดการทรัพยากรให้หมุนเวียนอยู่ในระบบได้นานที่สุด และลดการทิ้งสู่หลุมฝังกลบ (Landfill) ให้เหลือน้อยที่สุด ดังนี้

1. ยืดอายุการใช้งานให้กับสินค้าผ่านบริการช่างมืออาชีพ (Repair Service Center)

ก้าวแรกของวงจรคือการให้ความสำคัญกับสินค้าเดิมที่มีอยู่ โฮมโปรพัฒนา ศูนย์บริการซ่อมมืออาชีพ เพื่อดูแลและฟื้นฟูผลิตภัณฑ์ให้กลับมาใช้งานได้ดีดังเดิม ช่วยให้ผู้บริโภคใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่านานที่สุด และลดความจำเป็นในการเปลี่ยนสินค้าใหม่โดยไม่จำเป็น

2. แคมเปญแลกเก่าเพื่อโลกใหม่ (Trade-in for a Better Life)

เพื่อจูงใจให้คนนำสินค้าที่ไม่ใช้แล้วมาจัดการทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด ผ่านโครงการ Trade-in (แลกเก่าเพื่อโลกใหม่) ให้กลายเป็นกลไกหลักขององค์กร (Corporate Program) ที่ขับเคลื่อนได้เรื่อยๆ มากกว่าการเป็นแคมเปญการตลาดเพียงชั่วคราว เช่น แคมเปญวันพุธสีเขียว ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้านำเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่ามาซ่อมโดยช่างมืออาชีพ หรือแลกซื้อสินค้าใหม่ในหมวดที่ต้องการ โดยโฮมโปรมีบริการรับกลับสินค้าเก่าที่ลูกค้านำมาเข้าร่วมโครงการ เพื่อช่วยจัดการขยะจากบ้านลูกค้าอย่างเป็นระบบและถูกวิธี

3. ระบบเก็บกลับสินค้าจากเครือข่าย (Back-Haul Logistics)

โฮมโปรใช้ประโยชน์จากโครงข่ายโลจิสติกส์และสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศ มาปรับเปลี่ยนเป็นหน่วย Take-back หรือการเก็บขนส่งกลับที่มีประสิทธิภาพ เข้าไปจัดการถึงบ้านลูกค้าเพื่อแก้ Pain Point สำคัญในการขนย้ายและจัดการสินค้าขนาดใหญ่ที่ชำรุด ซึ่งมักเป็นปัญหาในการกำจัดของครัวเรือน โดยในปี 2025 โฮมโปรเก็บรวบรวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 250,000 ชิ้น โดยคิดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ประมาณ 80% ซึ่งโฮมโปรนำไปจัดการอย่างถูกวิธี เป็นวัสดุหมุนเวียนเป็นกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ มากกว่า 1100 ตัน

4. การบริหารจัดการที่ศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center & Sorting)

เมื่อวัสดุถูกส่งกลับมาที่ศูนย์กระจายสินค้า โฮมโปรจะทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ ในการคัดแยกวัสดุอย่างละเอียด เพื่อสามารถนำไปรีไซเคิลและกำจัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่จากวัสดุหมุนเวียน (Recycling & Circular Products)

โฮมโปรต่อยอดวัสดุที่หลากหลายได้จากการคัดแยก ทั้ง พลาสติกประเภทต่างๆ เซรามิก เหล็ก และโลหะ โดยทำงานร่วมกับ พาร์ตเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อผลิตกลับมาเป็นสินค้าใหม่ (Circular Products) ที่นำกลับมาวางจำหน่ายในโฮมโปรอีกครั้ง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก กระเบื้อง หรืออุปกรณ์ตกแต่งบ้านจากวัสดุหมุนเวียน

กลยุทธ์การตลาดที่ทำให้คนสนใจเรื่อง Circular Economy

ความท้าทายในการทำโมเดลธุรกิจ Circular Economy สำหรับคุณณพลคือ การสื่อสาร (Brand Awareness) ที่ทำให้ทั้งคนในองค์กรและลูกค้ามองเห็นภาพเดียวกันและพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า ในส่วนองค์กรการเริ่มต้นทำวัสดุรีไซเคิล (Post-consumer Recycle) ต้องผ่านการลองผิดลองถูกทั้งในเรื่องราคาและคุณภาพ เมื่อคนในองค์กรเริ่มเห็นผลลัพธ์ และความสำเร็จจากการปฏิบัติจริง ซึ่งจะเกิดเป็นความเชื่อมั่นและมองเห็นเป้าหมายเดียวกันที่พร้อมจะส่งต่อคุณค่านี้ไปสู่คู่ค้าและพันธมิตร

สำหรับลูกค้า  โฮมโปรเปลี่ยนเรื่อง Circular Economy ให้เป็นกิจกรรมที่ทำง่ายและได้ประโยชน์โดยใช้แรงจูงใจที่จับต้องได้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้ เช่น การทำส่วนลดในการซื้อของใหม่ (Trade-in) เพื่อจูงใจให้ลูกค้าคืนสินค้าเก่าเข้าสู่ระบบแทนการทิ้งอย่างไร้ทิศทาง การซ่อมแซมสินค้า เพื่อยืดอายุการใช้งาน หรือการฝากทิ้งขยะชิ้นใหญ่ (Take-back) ที่จัดการยาก เพื่อแลกกับความสบายใจว่าสินค้าจะถูกกำจัดอย่างถูกวิธี

เป้าหมายต่อไปจาก ‘Closed Loop’ สู่ ‘Open Loop’ สร้างการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ

ปัจจุบันการจัดการสินค้าทั้งหมดของโฮมโปร 80% ของวัสดุที่เก็บกลับมา นำมาผ่านกระบวนการรีไซเคิล และผลิตเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ที่เหลือนำไปฝังกลบให้เหลือน้อยที่สุด รวมถึงในปี 2024 โฮมโปรได้ผลิตสินค้า Circular Products จากวัสดุที่ผ่านการรีไซเคิลกว่า 132 รายการ สามารถทำยอดขายได้กว่า 190 ล้านบาท และในปี 2025 มีสินค้า Circular Products กว่า 400 รายการ และทำยอดขายได้ 950 ล้านบาท โดยในปี 2026 คาดว่าจะมีสินค้า Circular Products มากกว่า 1000 รายการ ตั้งเป้ายอดขายกว่า 2000 ล้านบาท

นอกจากนี้ คุณณพลยังพูดถึงเป้าหมายต่อไปของ HomePro ตั้งใจสร้างการเข้าถึงและเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยให้เกิดขึ้นจริง ก้าวสู่ Open Loop Circularity ขยายขอบเขตของ Circular Economy ให้มากขึ้นพัฒนาศักยภาพของการดำเนินโครงการดังกล่าวโดยจับมือกับพันธมิตรและคู่ค้าในทุกมิติ รวมถึงให้ความรู้และการปลูกจิตสำนึกไปพร้อมๆ กับการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อให้ความยั่งยืนเป็นสิ่งที่จับต้องได้และยั่งยืนในเชิงธุรกิจ

อ่านรายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนของ HomePro เพิ่มเติมได้ที่:  https://hmpro-th.listedcompany.com/sd_report.html

Share the Post:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง