GCNT EXPO 2026 | เชื่อมโลกด้วยการสื่อสาร เพื่อเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน ใบตอง จรีรัตน์ เพชรโสม

สรุปในงาน GCNT EXPO 2026: FROM SHOCK TO SHIFT: Sustainable Transition in a Fractured World”  หัวข้อ Fireside Chat “Bridging The Green Gap เชื่อมโลกด้วยการสื่อสาร เพื่อเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 อาคาร True Digital Park (West) โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณใบตอง จรีรัตน์ เพชรโสม, Miss Earth-Fire 2021 และนักสื่อสารด้านสิ่งแวดล้อม ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน

ท่ามกลางกระแสข้อมูลข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อมที่มากมาย ในยุคที่ใคร ๆ ก็เข้าถึง AI ได้ คำถามสำคัญกลับไม่ใช่ เรารู้อะไรบ้าง? แต่คือ ทำไมเรารู้แล้วยังไม่ลงมือทำ? เวที Fireside Chat ‘Bridging The Green Gap เชื่อมโลกด้วยการสื่อสาร เพื่อเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน’ คุณใบตองชวนมาสนทนาเพื่อชี้ให้เห็นว่าช่องว่างที่แท้จริงของปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ได้อยู่ที่การขาดข้อมูล แต่อยู่ที่การสื่อสารที่ยังเชื่อมไม่ถึงชีวิตประจำวันของผู้คน

ปัญหาข้อมูลล้นเกิน สื่อสารแยกส่วน จนลืมว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

ทุกวันนี้ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมหาง่ายมาก มีเทคโนโลยีเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม แต่ปัญหาคือข้อมูลที่ล้นเกินกลับสร้างความสับสนมากกว่าความชัดเจน ทั้งที่จริงแล้วมันควรเป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าถึงง่ายในชีวิตประจำวัน คุณใบตองมองว่านี่คือผลพวงจากการสื่อสารที่บกพร่อง มาจากปัญหาการสื่อสารหลัก ๆ คือ แยกส่วนไม่เชื่อมให้เห็นภาพใหญ่ว่ามนุษย์คือส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม ทั้งยังไม่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน และเน้นสร้างความตกใจ

ด้วยข้อมูลวิกฤตโดยไม่บอกวิธีแก้หรือ “how to shift” ผลลัพธ์คือมนุษย์ลืมไปว่าตัวเองเป็นเพียงส่วนหนึ่งของทรัพยากรบนโลกเช่นเดียวกัน ไม่มีใครถามว่า ใครจ่ายบิลค่าอากาศ? เพราะหลงลืมว่าธรรมชาติให้เราแบบไม่มีเงื่อนไขมาตลอด และคนจะสนใจปัญหาอย่าง PM 2.5 ก็ต่อเมื่อกระทบตัวเองหรือคนใกล้ตัวโดยตรงเท่านั้น ทั้งที่จริงทุกคนล้วนประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและเสี่ยงปัญหาสุขภาพไม่ต่างกัน คำถามคือทำไมต้องรอให้เดือดร้อนก่อนถึงจะตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมรอบตัว

แนวทางการเปลี่ยนจาก “รักษ์” เป็น “รัก” เริ่มจากคำถามเล็ก ๆ สู่ Action

แนวทางที่คุณใบตองเสนอคือเปลี่ยนมุมมองจาก รักษ์สิ่งแวดล้อม ที่ฟังดูเป็นภาระและไกลตัว มาเป็น รัก ที่ใกล้ชิดและเป็นธรรมชาติมากกว่า เพราะแท้จริงแล้ว Save the world ก็คือ Save yourself เมื่อเข้าใจว่าตัวเองต้องการอะไร การดูแลสิ่งแวดล้อมก็จะไม่ใช่การเสียสละแต่คือการดูแลตัวเอง และไม่ควรคาดหวังให้ทุกคนอนุรักษ์แบบเดียวกัน เพราะแต่ละคนใช้ชีวิตต่างกัน มองเห็นคุณค่าต่างกัน โลกจึงต้องการความหลากหลายของการลงมือทำ เหมือนที่ธรรมชาติต้องการความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ข้อมูลยังคงสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการปิดช่องว่างให้ข้อมูลเชื่อมเข้ากับชีวิตประจำวันได้จริง เริ่มได้จากการเปิดช่องว่างเล็ก ๆ ไว้ในหัว หมั่นตั้งคำถามว่าชีวิตประจำวันของเราส่งผลกระทบต่อใครบ้าง และกล้าทดลองแม้จะผิดพลาดได้ เพราะชีวิตทั้งชีวิตก็คือการทดลองอยู่แล้ว สรุปคือ Awareness เพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องแปลงเป็น Action ให้ได้

Share the Post:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง