GCNT แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสำหรับวาระปี 2569-2572

สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ โดยคุณศุภชัย เจียรวนนท์ ได้รับเลือกเป็น นายกสมาคมฯ ต่ออีกหนึ่งสมัย ด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์จากคณะกรรมการบริหาร ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรภาคเอกชนชั้นนำของไทย ครอบคลุมภาคพลังงาน อุตสาหกรรม เทคโนโลยี และบริการ เพื่อร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของประเทศไทย ท่ามกลาง ความเสี่ยงโลกที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้น

คณะกรรมการชุดใหม่ของ GCNT จำนวน 15 ท่าน ประกอบด้วย

  1. คุณศุภชัย เจียรวนนท์     บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด              
  2. คุณสุนันทา เตียสุวรรณ์   บริษัท แพรนด้า จิวเวอร์รี่ จำกัด (มหาชน)
  3. คุณปรเมศวร์ นิสากรเสน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
  4. คุณต้องใจ ธนะชานันท์    บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
  5. คุณกลอยตา ณ ถลาง     บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  6. คุณกอบบุญ ศรีชัย         บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
  7. คุณธานี ลิมปณารมณ์     บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
  8. คุณจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์  บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  9. คุณปราชญ์ เกิดไพโรจน์  บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
  10. คุณนวพร ทองไหลรวม บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด
  11. คุณปิยะชาติ อิศรภักดี      บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด
  12. คุณณัฐกร ไกรกุล          บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
  13. คุณณัฏฐิณี เนตรอำไพ     บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด
  14. คุณแดน ปฐมวาณิชย์     บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน)
  15. คุณสมฤดี เจริญครองสกุล บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

การรวมพลังของผู้นำภาคธุรกิจระดับแนวหน้าครั้งนี้ สะท้อนบทบาทที่เปลี่ยนไปของภาคเอกชนไทย จาก “ผู้ปรับตัว” สู่ “ผู้กำหนดทิศทาง” การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีความรับผิดชอบ ภายใต้แรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เทคโนโลยี AI และความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ

ความเสี่ยงในโลก “ยุคแห่งการแข่งขัน”

รายงาน Global Risks Report 2026 โดย World Economic Forum ชี้ว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคแห่งการแข่งขัน” ที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการทางการค้า และความผันผวนทางเทคโนโลยี กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการเติบโต ขณะที่ระยะยาวยังเผชิญความเสี่ยงด้านภัยพิบัติสภาพอากาศ และความเสื่อมโทรม ของระบบนิเวศ

GCNT มองว่า ความเสี่ยงเหล่านี้เป็นทั้งแรงกดดันและโอกาสให้ภาคธุรกิจไทยยกระดับมาตรฐานความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และความรับผิดชอบในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

คุณศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) กล่าวว่า
“ความขัดแย้งในหลายภูมิภาคสะท้อนให้เห็นว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์สามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากประมาณ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นมากกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และหากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอลงประมาณ 0.6% พร้อมทั้งทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นราว 1% นอกจากนี้ ในระดับโลก มีรายงานว่าในปี 2025 ความขัดแย้งและความรุนแรงได้สร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงถึงประมาณ 19.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น ราว 13.5% ของ GDP โลก และทำให้มีผู้ถูกบังคับให้พลัดถิ่นทั่วโลกกว่า 117 ล้านคน

ในระดับโลก ความขัดแย้งยังสร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงกว่า 19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณร้อยละ 13 ของ GDP โลก และทำให้มีผู้พลัดถิ่นมากกว่า 110 ล้านคน สะท้อนชัดว่า ‘สันติภาพ ความไว้วางใจ และธรรมาภิบาล’ คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและความยั่งยืน

ในบริบทเช่นนี้ ภาคธุรกิจมีบทบาทสำคัญในการสร้างผลกระทบเชิงบวก ผ่านการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชน สร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบ และส่งเสริมความโปร่งใส โดย GCNT จะยังคงทำหน้าที่เป็นเวทีเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย และเสริมศักยภาพธุรกิจไทยให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว”

ผลการดำเนินงานปี 2568: จากพันธสัญญาสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้

ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการวางรากฐานเชิงระบบของ GCNT โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยง ESG เข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ อย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบัน GCNT มีสมาชิกมากกว่า 150 องค์กร  โดยกว่า 40% เป็นผู้ประกอบการ SMEs มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้านความยั่งยืนกว่า 1,200 คน และขยายการมีส่วนร่วมกับภาคธุรกิจกว่า 800 องค์กรทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีเวทีความร่วมมือด้าน Climate Transition, Human Rights และ Responsible Supply Chains ที่ช่วยยกระดับการแลกเปลี่ยนเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ ขณะที่ GCNT Expo และกิจกรรมระดับชาติ  ตอกย้ำบทบาท ภาคธุรกิจไทยในฐานะ SDGs Accelerators

ผลลัพธ์ปี 2568 จึงไม่ใช่เพียงการสร้างการรับรู้ แต่เป็นการวางโครงสร้างเพื่อ “การเปลี่ยนผ่านเชิงระบบ” ในระยะยาว

แผนงานปี 2026: GCNT Five Pillars Strategy

 ในปี 2569 GCNT กำหนดยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก เพื่อผลักดัน SDGs ของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ ดังนี้

1) Transparency ยกระดับความโปร่งใสและมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูล ผลักดันไทยมุ่งสู่ผู้นำระดับโลก ด้าน SDGs ซึ่งในปีนี้ GCNT จะจัดทำ Thailand SDGs Progress Report 2026 เพื่อประเมินสถานะและช่องว่างของการดำเนินงาน SDGs ของประเทศไทย พร้อมระบุ “จุดเร่ง” ที่ภาคธุรกิจและภาครัฐต้องร่วมกันขับเคลื่อน  โดยมุ่งเน้น การรวบรวมและนำเสนอแนวปฏิบัติ ที่ดีจากภาคธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และยกระดับ การดำเนินงาน เพื่อเดินหน้า SDGs ในภาคธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ

2) Market Mechanism สร้างกลไกตลาดที่เชื่อมโยง SDGs กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น Inclusive Procurement, Green & Responsible Supply Chains, Circular Economy, Skills-to-Market Pathways และ SDG-Aligned Finance ส่งเสริมการลงทุนด้านการพัฒนาในระยะยาวที่ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญ

3) Leadership เสริมพลังผู้นำและสร้าง Collective Impact ด้วยการประชุมครั้งสำคัญระดับประเทศ GCNT Expo เพื่อเชื่อมโยงผู้นำธุรกิจและทุกภาคส่วน เทคโนโลยี และการลงทุน เข้ากับเป้าหมาย SDGs อย่างเป็นรูปธรรม

4) Empowerment ยกระดับศักยภาพ SMEs และห่วงโซ่อุปทาน สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ด้วยหลักสูตรที่เหมาะสม และการให้คำปรึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมองค์กรไทยต่อกฎระเบียบสากลที่เข้มข้นขึ้น อาทิ หลักสูตร Business and Human Rights (BHR) Training ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ การคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ Living Wage ความเป็นธรรมด้านแรงงาน  ความเท่าเทียมและ การไม่เลือกปฏิบัติ ธรรมาภิบาล และการต่อต้านคอร์รัปชัน

5) Apply Technology เร่งใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลเดินหน้า SDGs ด้วยการสนับสนุนนวัตกรรมด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะที่ริเริ่มโดยเยาวชนคนรุ่นใหม่

ทั้งนี้ GCNT เชื่อมั่นว่า ด้วยพลังขององค์กรสมาชิก และ 5 ยุทธศาสตร์หลักดังกล่าวได้แก่ ความโปร่งใส กลไกตลาด ภาวะผู้นำ การเสริมศักยภาพ และเทคโนโลยี  จะขับเคลื่อนให้ภาคเอกชน “เปลี่ยนกติกา แรงจูงใจ โครงสร้างตลาด” เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านทั้งระบบ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวข้ามความผันผวนของโลก และสร้าง ความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนได้ในระยะยาว          

องค์กรธุรกิจและผู้สนใจ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวด้านความยั่งยืนและการขับเคลื่อนของ GCNT ได้ที่เว็บไซต์  และสามารถดาวน์โหลดรายงานประจำปีล่าสุดได้ที่ https://globalcompact-th.com/publications/annual-report-2025-gcnt/

Share the Post:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง