สรุปงานเวิร์กชอป Training on Practical Approaches to Worker Engagement in Human Rights Due Diligence จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 13.00-16.00 น. ณ Training Room 1 อาคาร True Digital Park (West) โดยภายในงานได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่าน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและถ่ายทอดองค์ความรู้ในหัวข้อ “การอบรมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยแนวทางการมีส่วนร่วมของแรงงานในการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน” ได้แก่
- จิตรรดี สิงหโกวินท์ National Project Officer, International Organization for Migration (IOM)
- Evie van Uden, Programme Officer, International Organization for Migration (IOM)

สรุปสาระสำคัญงานสัมมนาอบรมเชิงปฏิบัติการ ในหัวข้อ “Workshop Training on Practical Approaches to Worker Engagement in Human Rights Due Diligence” ภายในงาน GCNT EXPO 2026 เพื่อมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของแรงงานในกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) โดย HRDD เป็นกระบวนการที่องค์กรต้องมองจาก “ภายในสู่ภายนอก” เพื่อพิจารณาว่าการดำเนินธุรกิจส่งผลกระทบต่อผู้คนอย่างไร หัวใจสำคัญคือการทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Stakeholders และ Rightsholders ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการดำเนินงาน เช่น พนักงาน ชุมชนท้องถิ่น หรือแรงงานของคู่ค้า ดังนั้น ในการเข้าไปปรึกษาหารือ ภาคธุรกิจจะต้องจัดลำดับความสำคัญ (Prioritization) โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มที่มีอำนาจหรืออิทธิพลต่ำ แต่ได้รับผลกระทบสูงอย่างกลุ่มแรงงาน มากกว่าการรับฟังเพียงกลุ่มผู้บริหารที่มีอำนาจตัดสินใจ

อย่างไรก็ตาม การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย (Meaningful Engagement) มักเผชิญความท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อต้องสื่อสารกับกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่มีข้อจำกัดด้านภาษา ระดับการรู้หนังสือ รวมถึงความหวาดกลัวว่าการสะท้อนปัญหาอาจทำให้ตนเองสูญเสียงาน การเข้าไปพูดคุยจึงต้องยึดหลักการ “ไม่ก่อให้เกิดอันตราย” (Do No Harm) ด้วยการสร้างพื้นที่ปลอดภัย ปราศจากการตัดสิน และรับประกันว่าจะไม่มีการลงโทษหรือการโต้ตอบใดๆ ตามมา นอกจากนี้ ผู้จัดกระบวนการต้องคอยบริหารพลวัตของกลุ่ม (Group dynamic) เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสแสดงความเห็นอย่างเท่าเทียม และที่สำคัญ ภาคธุรกิจไม่ควรเข้าไปเพียงเพื่อรับรู้ปัญหา แต่ต้องดึงแรงงานมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทางแก้ไข โดยสอบถามความต้องการและคำแนะนำ เพราะพวกเขาคือส่วนสำคัญที่สุดในการช่วยพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาของตนเอง
เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคในการสื่อสารและเข้าถึงปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาคธุรกิจสามารถนำ “แนวทางการประเมินชุมชนแบบมีส่วนร่วม” (Participatory Action Research: PAR) มาประยุกต์ใช้ ซึ่งเป็นแนวทางจากล่างขึ้นบนที่เปิดโอกาสให้แรงงานเป็นผู้นำการสนทนา ผ่านเครื่องมือเชิงปฏิบัติที่นำไปใช้ได้จริง ดังนี้:
1.) การขีดเส้นแบบดัดแปลง (Modified Draw the Line / Card Method): กิจกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาอุปสรรคด้านภาษาโดยใช้บัตรสถานการณ์พร้อมภาพประกอบ เพื่อให้แรงงานร่วมกันพิจารณาและจัดลำดับความสำคัญของปัญหา (สำคัญมากที่สุด, สำคัญ, สำคัญน้อยกว่า) จากนั้นนำประเด็นเหล่านั้นมาประเมินต่อว่า แนวทางแก้ไขหรือสวัสดิการนั้นองค์กร “มีอยู่แล้ว” หรือเป็นสิ่งที่พนักงาน “ต้องการ” เพื่อใช้เป็นข้อมูลกำหนดแนวทางต่อไป
2.) การเดินสำรวจพื้นที่ (Transect Walk): การเดินสำรวจพื้นที่อย่างเป็นระบบร่วมกับแรงงาน เพื่อสังเกตสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ที่พักอาศัย และสภาพการทำงานจริง
3.) เสียงจากภาพ (Photo Voice): การให้แรงงานเป็นผู้ถ่ายภาพชีวิตประจำวันหรือสภาพการทำงาน เพื่อใช้ภาพเป็นสื่อกลางในการอธิบายประเด็นที่ละเอียดอ่อน หรือสะท้อนปัญหาที่อาจมองไม่เห็นจากภายนอก
4.) การทำแผนผังกระบวนการ (Process Mapping): การเขียนแผนภาพร่วมกันเพื่อทำความเข้าใจขั้นตอนต่างๆ เช่น กระบวนการสรรหาแรงงาน เพื่อให้เห็นถึงความซับซ้อน ผู้ที่เกี่ยวข้อง และประสบการณ์จริงที่แรงงานข้ามชาติต้องเผชิญ


