Workshop: Soulful Sense หยุดพัก รับฟัง กลับมาอยู่กับตัวเอง

สรุปงานเวิร์กชอป Soulful Sense ฝึกฟังเสียงภายใน ผ่านประสาทสัมผัส จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 9.00-12.00 น. ณ อาคาร True Digital Park (West) โดยภายในงานได้รับเกียรติจากวิทยากรที่มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและถ่ายทอดองค์ความรู้ ได้แก่ อ.ดร.ชรรินชร เสถียร อาจารย์ประจำ ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา ม.มหิดล และ คุณมติมนต์ สืบสาย ตำแหน่ง กระบวนกร ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา ม.มหิดล

หยุดพัก กลับมาอยู่กับตัวเอง รับฟัง

กิจกรรมนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพียงเพื่อสร้างความผ่อนคลายหรือบรรยากาศอบอุ่นในหมู่ผู้เข้าร่วมเท่านั้น แต่แฝงไว้ด้วยเป้าหมายเชิงลึกที่สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในมิติของสุขภาวะที่ดี และการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน ผ่านการชวนผู้คนหยุดพักจากความเร่งรีบ กลับมาอยู่กับตัวเอง และฝึกรับฟังทั้งเสียงภายในใจตัวเองและเสียงของคนรอบข้าง ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่มักถูกมองข้ามในสังคมที่ให้คุณค่ากับความเร็วและผลลัพธ์มากกว่าความเป็นอยู่ที่ดีของคน

กิจกรรมเริ่มจากเดินสลับฟังเสียงระฆังและพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงประสบการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตที่ฝึกสมาธิและการอยู่กับปัจจุบัน ไปจนถึงการประเมินตนเองในหลายมิติ ทั้งระดับการอดนอน ความแข็งแรงของร่างกายและจิตใจ ซึ่งไม่ใช่แค่เกมทำความรู้จักกัน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้แต่ละคนได้ เห็น สภาวะของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นก้าวแรกของการดูแลสุขภาพองค์รวมทั้งกายและใจ เช่นเดียวกับกิจกรรมวาดภาพสะท้อนร่างกาย ที่ทำให้ผู้เข้าร่วมได้สังเกตและเชื่อมโยงอารมณ์ที่สะสมไว้กับความรู้สึกทางกายภาพ ค่อย ๆ พิจารณา สัมผัสร่างกายตัวเอง ทำความเข้าใจและวาดความรู้สึกลงไป เช่น ปวดไหล่ บางคนอาจจะระบายสีแดง หรือหากรู้สึกสบาย ก็อาจจะระบายสีฟ้าลงที่ร่างกายส่วนนั้น ๆ ที่ให้ความรู้สึกตามที่ผู้เข้าร่วมตีความสีกันไปตามอุณหภูมิ หรือความรู้สึก มีการพิสูจน์ทางการแพทย์ว่าความโกรธมีความเกี่ยวข้องกับตับ หรือความอ่อนล้าที่สัมพันธ์กับปอด สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาสุขภาพจำนวนมากมันอยู่กับตัวเราและมีความสัมพันธ์กันอยู่เสมอ

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ช่วงปิดกิจกรรมด้วยการปรุงยาดมส่วนตัว ซึ่งไม่ได้จบแค่การผสมส่วนผสมตามสรรพคุณ แต่ยังมีการแบ่งปันความหมายของยาดมที่แต่ละคนปรุงขึ้น ทั้งของตัวเองและของผู้เข้าร่วมท่านอื่น ว่าสะท้อนถึงปัญหาหรอความต้องการอะไรในชีวิต ทำให้เกิดการรับฟังกันอย่างลึกซึ้งอีกครั้งในรูปแบบที่จับต้องได้ ผู้เข้าร่วมได้กลับบ้านพร้อมกับ ของจริง ที่เป็นทั้งสัญลักษณ์และเครื่องเตือนใจให้ดูแลตัวเองต่อในชีวิตประจำวัน

กิจกรรม Soulful Sense จึงเป็นตัวอย่างของกิจกรรมที่ใช้ประสาทสัมผัสและการรับฟังเป็นเครื่องมือ เพื่อผลักดันเป้าหมายที่ใหญ่กว่าความรู้สึกดีชั่วคราว คือการสร้างความตระหนักรู้ในตัวเองและสุขภาวะที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้คนคนหนึ่งสามารถดูแลตัวเอง ดูแลคนรอบข้าง และอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างสมดุลในระยะยาว

Share the Post:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง