เขียนโดย: ดลฌา วงษาจันทร์ CIRCO hub Thailand และ จารุจรรย์ ลาภพานิช GCNT
“ทักษะสีเขียว (Green Skill) เริ่มเป็นทักษะที่มีบทบาทและเป็นที่ค้นหาเพิ่มมากขึ้นในการจ้างงานในปัจจุบัน เพราะเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจจากรูปแบบเดิมสู่โมเดลความยั่งยืนที่โลกต้องการ เมื่อภาคธุรกิจหันมาใส่ใจด้านความยั่งยืนมากขึ้น ทำให้เกิดมาตรการเร่งการพัฒนาทักษะสีเขียว ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญสำหรับนายจ้าง สถาบันการศึกษา และรัฐบาลในการเตรียมความพร้อมและยกระดับขีดความสามารถของกำลังคนให้ก้าวทันกติกาโลก เพื่ออนาคตเศรษฐกิจสีเขียวและการดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม พลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่าทันสมัย”
ทุกวันนี้ความท้าทายของภาคธุรกิจไทยเกิดจากความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด และพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติที่ฟื้นตัวไม่ทันการใช้งานจนเกิดเป็นปัญหามากมาย ทั้งการขาดแคลนวัตถุดิบ วิกฤตมลพิษ และภาวะโลกรวนที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนและโอกาสในอนาคต แม้หลายองค์กรจะเริ่มปรับตัวตามแนวคิด Green Growth หรือ Carbon Economics แล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังคงติดอยู่กับระบบเดิม ที่เน้นการแก้ปัญหาปลายเหตุ เช่น การทำรายงานเพื่อตอบโจทย์กติกาใหม่ๆ แต่ในทางปฏิบัติ ระบบการทำงานหลักยังไม่ถูกเปลี่ยนไปอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม ทุกความท้าทายสามารถพลิกเป็นโอกาสได้เสมอ หากเราเริ่มต้น “เปลี่ยนผ่าน” ให้ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ คือ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม โดยมีกุญแจสำคัญที่สุดคือ “คน” เพราะทักษะใหม่และวิธีคิดใหม่ของบุคลากร คือฟันเฟืองสำคัญที่จะเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจแบบเดิม ให้กลายเป็นการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนและเติบโตไปพร้อมกับโลกได้อย่างมั่นคง โดยที่ต้องเร่งส่งเสริมและพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับความต้องการในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะ “ทักษะสีเขียว (Green Skill)”

Green Skills: ตัวแปรสำคัญที่เปลี่ยนธุรกิจจาก “ความเสี่ยง” สู่ “ความยั่งยืน”
ปัจจุบันโลกไม่ได้มองหาแค่คนเก่ง แต่ยังต้องเป็น “คนทำงานที่เข้าใจโลก” เพราะปัญหาภาคธุรกิจในวันนี้ซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ด้วยทักษะแบบเดิม Green Skills จึงเป็นทักษะสำคัญที่จะเปลี่ยนพนักงานจากการเป็นเพียง “ผู้ใช้ทรัพยากร” ให้กลายเป็น “ผู้บริหารจัดการระบบนิเวศ” ที่สามารถเปลี่ยนความท้าทายเรื่องโลกรวนให้เป็นโอกาสในการอยู่รอด สร้างนวัตกรรมที่ทำกำไรควบคู่ไปกับการฟื้นฟูธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้ธุรกิจโดดเด่นและเหนือกว่าคู่แข่งที่ยังยึดติดกับโมเดลเดิม และลดความเสี่ยงในการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว
อ้างอิงจากข้อมูลของ WEF และ LinkedIn เผยว่า ความต้องการ “คนทำงานสายกรีน” มากขึ้นเกือบ 2 เท่า และไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตำแหน่งด้านความยั่งยืนอีกต่อไป แต่กระจายไปกว่า 53% ของทุกแผนกทั่วทั้งองค์กร และทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ต่างก็กำลังมองหาทักษะเหล่านี้:
-Technical Skills : การจัดการคาร์บอนฟุตพรินต์ (Carbon Accounting) การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลก (Eco-design) ความรู้ด้านพลังงานสะอาด
-Cognitive Skills : Systems Thinking (การคิดเชิงระบบ): มองเห็นภาพรวมว่ากิจกรรมหนึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร การแก้ปัญหาเชิงซ้อน
-Governance Skills : การทำรายงานความยั่งยืน (Sustainability Reporting) ความเข้าใจในกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก (เช่น CBAM)
-Soft Skills : Environmental Stewardship : จิตสำนึกและการเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความยั่งยืน
สุดท้ายช่องว่างและความท้าทายของภาคธุรกิจ คือ อัตราการเปิดรับสมัครงานที่ต้องมี Green Skills เติบโตเร็วกว่าจำนวนแรงงานที่มีทักษะนี้ถึง 2 เท่า แต่แผนในการพัฒนากำลังคนยังมีจำนวนจำกัด หน่วยงาน/สถานศึกษาที่ส่งเสริมด้านกำลังคนจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่ระดับบุคคลากรระดับสายงานการผลิตไปจนถึงผู้บริหาร หรือกลุ่มนักศึกษาที่กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพื่อสอดรับกับอัตราความต้องการของนายจ้างทั้งที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) หรือแม้กระทั่งบริษัทข้ามชาติที่มุ่งสู่องค์กรด้านความยั่งยืน
ธุรกิจเตรียมตัวอัปสกิล Green Skills ให้คนในองค์กรได้อย่างไร

1.เรียนรู้เป้าหมายตามมาตรฐานสากลผ่าน UNGC Academy & Accelerators Program
สมาชิก UN Global Compact สามารถเข้าถึง UNGC Academy แพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับโลกที่รวบรวมแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนที่ใช้ได้จริงในทุกมิติ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Accelerators เช่น Climate Ambition Accelerator ซึ่งช่วยให้ธุรกิจเปลี่ยนจากความเข้าใจในหลักการ มาเป็นการเรียนรู้วิธีการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและตามมาตรฐานสากล เพื่อนำไปปรับใช้ในระดับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ศึกษาโปรแกรมและคอร์สออนไลน์ของ UNGC ได้ที่: (คลิก) UNGC Academy

2. กำหนดเป้าหมายที่วัดผลได้จริงตามมาตรฐาน SBTi
ฝึกฝนทักษะ Green Skills ให้ตรงตามมาตรฐานโลกอย่าง Science Based Targets initiative (SBTi) เช่น Introducing science-based targets, Starting your Target-Setting Journey หรือ การเขียนรายงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล การให้ทีมงานมีทักษะในการตั้งเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกโดยอ้างอิงจากหลักการทางวิทยาศาสตร์
อ่านรายละเอียดคอร์สออนไลน์ของ SBTi เพิ่มเติมได้ที่: (คลิก) SBTi Academy

3.ปรับโมเดลธุรกิจให้ยั่งยืนด้วย Circular Business Design ผ่าน CIRCO Hub Thailand
CIRCO Methodology เป็นเครื่องมือที่จะช่วยพัฒนาทักษะการคิดเชิงออกแบบและการพัฒนาโมเดลธุรกิจหมุนเวียน (Circularity Thinking) ทักษะการใช้ทรัพยากรอย่างสร้างสรรค์ในรูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ทักษะการเพิ่มมูลค่าและคุณค่าของธุรกิจผ่านกลยุทธ์การออกแบบหมุนเวียนและโมเดลธุรกิจใหม่ที่ต่อยอดจากธุรกิจเดิม (Circular business model & Design strategies) ผ่านการจัดทำแผนวิเคราะห์ประสิทธิภาพของกระบวนการใช้ทรัพยากรของธุรกิจปัจจุบัน (Value chain analysis) ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน: Initate – ขั้นริเริ่มไอเดีย Ideate – ขั้นระดมไอเดีย และ Implement – ขั้นดําเนินการและประยุกต์ใช้
หลักสูตร CIRCO นี้ ผ่านการเรียนรู้และการสอนมาแล้วกว่า 100 บริษัทและกว่า 1000 คน ทั้ง นักออกแบบ นักพัฒนาผลิตภัณฑ์ นักพัฒนาธุรกิจ นักวิจัย รวมถึงบุคคลที่สนใจด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้การดำเนินงานของ CIRCO hub Thailand รูปแบบการเรียน คือ การเรียนรู้ผ่านการทดลองคิด ทดลองทำ และเรียนรู้ร่วมกัน (Workshop) กับเทรนเนอร์ ที่มีประสบการณ์ด้านการออกแบบหมุนเวียนและที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนของธุรกิจที่ได้รับการอบรมจาก CIRCO ประเทศเนเธอร์แลนด์
อ่านรายละเอียดหลักสูตร Circo ได้ที่: (คลิก) CIRCO Hub Thailand


