เดอะเลกาซี ริเวอร์แคว รีสอร์ท Zero Food Waste ต้นแบบของไทย

Blog

เป็นเวลากว่า 26 ปี ที่เดอะเลกาซี ริเวอร์แคว รีสอร์ทเปิดบริการให้นักเดินทางได้มาชื่นชมโค้งน้ำที่สวยที่สุดของแม่น้ำแควน้อย อย่างไรก็ตามความพิเศษของรีสอร์ทแห่งนี้ ไม่ได้มีเพียงภูมิทัศน์ที่สวยงามของธรรมชาติบนพื้นที่กว่า 300 ไร่ แต่คือความมุ่งมั่นตั้งใจนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้อย่างจริงจัง

ทุกวันนี้เดอะเลกาซีเป็นรีสอร์ท Zero Food Waste ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงอาหารทุกอย่าง มีที่มาและมีที่ไป ถูกหมุนเวียนใช้อย่างคุ้มค่าไม่กลายเป็นขยะเลยสักชิ้น ทั้งยังสามารถลดปริมาณขยะที่ส่งไปยังบ่อฝังกลบของชุมชนลงได้ 67 เปอร์เซ็นต์ จากน้ำหนักขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วรีสอร์ท เดอะเลกาซีใช้จุดแข็งของพื้นที่อันกว้างขวางและร่มรื่น ชักชวนแขกผู้เข้าพักให้ออกมาใช้ชีวิตและทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเน้นกิจกรรมที่ผสมผสานไปกับธรรมชาติโดย ปล่อยคาร์บอนต่ำ ไม่สร้างมลพิษ อย่างการล่องแพและปั่นจักรยาน


นอกจากนี้ยังมีฐานการเรียนรู้ที่ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชม เพื่อศึกษาแนวปฏิบัติสู่การเป็น Zero Food Waste อีกด้วย เดอะเลกาซีดำเนินการบนฐานแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมานานหลายปี ห้องเรียนวิชาความยั่งยืนของที่นี่จึงจับต้องได้จริง และง่ายต่อการนำไปประยุกต์ใช้ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม

GCNT ชวนคุณเดินทางสู่กาญจนบุรี พูดคุยกับคุณวัลลภ พิชญ์พงศา ผู้จัดการทั่วไปแห่งบริษัท เดอะเลกาซี ทราเวล จำกัด เพื่อถอดบทเรียนการนำระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในธุรกิจรีสอร์ท การบริหารอุตสาหกรรมบริการบนความสมดุลที่แขกได้ความรื่นรมย์ ในขณะเดียวกันสิ่งแวดล้อมและสังคมก็ได้รับการเกื้อกูลและค้ำจุน

เราหวังว่าบทความนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณเห็นว่า แม้การเปลี่ยนแปลงระบบดำเนินธุรกิจจะซับซ้อนและต้องอาศัยเวลา แต่เมื่อผลลัพธ์เติบโตแผ่กิ่งก้าน กำไรที่ผลิดอกออกผลนั้นคุ้มค่าและจะเติบโตอย่างยั่งยืนไปอีกแสนนาน


01 มองมุมกลับ ปรับมุมมอง

“การตั้งเป้าหมายเป็น Zero Food Waste ของเรา เริ่มจากไอเดียใหม่ซึ่งนำไปสู่กิจกรรมใหม่ นั่นคือการปลูกผักสลัด ผักสวนครัว เพื่อนำไปใช้ในครัวของเราเมื่อหลายปีก่อน จากนั้นเราได้เชิญที่ปรึกษามาดูพื้นที่เพาะปลูก ก็ได้รับคำแนะนำให้นำขยะอาหาร ที่เกิดจากการตัดแต่งวัตถุดิบในครัว และอาหารที่เหลือจากห้องอาหาร นำไปทำปุ๋ยหมักเพื่อไปใช้ในการปลูกผักในรีสอร์ท”

ทุกวันนี้เดอะเลกาซีใช้แนวทางของเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือ Circular Economy ในการบริหารจัดการขยะอาหารหรือของเหลือทั้งหมด ว่าคือทรัพยากรที่หมุนเวียนใช้ได้ไม่รู้จบ จากเดิมที่ต้องนำขยะอาหารออกไปทิ้ง เดอะเลกาซีนำขยะอาหารมาหมักกับมูลวัวให้กลายเป็นปุ๋ยหมัก เพื่อใช้ในการปลูกผักในรีสอร์ท


หรือในส่วนของการจัดการใบไม้แห้งและเศษหญ้าที่ถูกตัด เมื่อก่อนเดอะเลกาซีเก็บใบไม้แห้งและเศษหญ้าได้วันละประมาณ 5 รถกระบะ หากมองเป็นขยะ ก็เท่ากับกับว่าเป็นภาระของรีสอร์ทที่จะต้องนำไปทิ้ง แต่เมื่อเปลี่ยนมุมมอง นำพวกมันมาหมักเป็นวัสดุปลูกหรือดินปลูกเพื่อใช้ในการเกษตรภายในรีสอร์ท มันก็กลายเป็นทรัพยากรที่สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ได้อีก


คุณวัลลภอธิบายว่า การเปลี่ยนมุมมองจากขยะเป็นทรัพยากรสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นการช่วยลดต้นทุนในการซื้อปุ๋ย ซื้อดินปลูก ลดการนำใบไม้ออกไปทิ้งข้างนอกซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายในการจัดการ นอกจากนี้เดอะเลกาซียังมีรายได้เพิ่มจากการคัดแยกขยะ จากการจำหน่ายปุ๋ยจากเศษอาหารเหล่านั้น และจากการจำหน่ายผักสลัดอินทรีย์ที่ปลูกเองให้ลูกค้ารีสอร์ท รวมถึงขายให้กับเพื่อนๆ รีสอร์ทใกล้เคียงด้วย

“เราจริงจังและเห็นความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เมื่อสองปีก่อน จึงจัดตั้ง Legacy Circular Economy Learning Center ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจหมุนเวียนขึ้นในรีสอร์ท นอกจากนั้นเรายังเป็นเจ้าภาพในการผลักดันและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม และเผยแพร่แนวคิดและแนวปฏิบัติให้กับบุคคลและองค์กร เช่น ลูกค้ารีสอร์ท ตลอดจนองค์กรภาครัฐและเอกชน”


02 เส้นทางสู่ Zero Food Waste

นอกเหนือจากเรื่อง Zero Food Waste แล้ว เดอะเลกาซียังลดการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียว โดยเปลี่ยนขวดน้ำที่ให้บริการในห้องพักและร้านอาหารเป็นขวดแก้วทั้งหมด รวมถึงเปลี่ยนหลอดน้ำเป็นแบบย่อยสลายได้ (Bio-degradable)

“เรารณรงค์ให้พนักงานและคู่ค้า ลดการนำเข้าถุงพลาสติก แก้วพลาสติก ถุงแกงต่างๆ ที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ด้วยการนำปิ่นโตหรือกล่องข้าวใส่อาหารมารับประทาน ใช้แก้วน้ำแบบเติมมาใช้ส่วนตัวอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องส่งออกไปทิ้งที่หลุมฝังกลบที่รัฐจัดให้ให้น้อยที่สุด โดยตั้งเป้าหมายที่จะลดปริมาณลงให้ได้เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ในสิ้นปีนี้”


5 เดือนที่ผ่านมา เดอะเลกาซีเก็บข้อมูลน้ำหนักขยะที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจการทั้งหมด เพื่อนำมาวิเคราะห์ Carbon Emission ผลปรากฏว่ารีสอร์ทลดการฝังกลบขยะไปได้ 3,859 กิโลกรัม ซึ่งลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกจากการฝังกลบขยะได้ 7,035 kg.CO2e. ซึ่งเทียบเท่าการปลูกต้นไม้หรืออนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่อายุ 10 ปี จำนวน 469 ต้น หรือเท่ากับการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำได้พื้นที่ 1 ไร่

“เรามีแผนงานที่จะขยายแนวคิดไปยังชุมชนรอบข้างสิบเอ็ดหมู่บ้านในตำบลกลอนโด ซึ่งเป็นตำบลที่ตั้งของรีสอร์ท ให้มีการคัดแยกขยะ และลดการใช้ถุงพลาสติกในต้นปีหน้าด้วย อย่างที่ผมเกริ่นไปเบี้องต้น มันเป็นการเดินทาง เราก้าวไปทีละก้าว ทำไปทีละอย่าง และระหว่างทางก็หาความรู้ใหม่ๆ ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ที่สนใจเส้นทางเดียวกัน เส้นทางยังอีกยาวไกลให้เราเดินไป”


03 พนักงานทุกคนคือผู้ขับเคลื่อน

คุณวัลลภบอกว่าการเดินทางที่เดอะเลกาซีค่อยๆ ร้อยเรียงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ บนเส้นทางที่จะให้บรรลุเป้าหมายการเป็น Zero Food Waste นั้นไม่ง่ายและใช้เวลา 

“สิ่งที่เราต้องทำเป็นอันดับแรกและสำคัญที่สุด คือการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเป้าหมาย Zero Food Waste กับคนในองค์กรในทุกระดับ เพื่อทำให้เกิดความร่วมมือกันจากทุกแผนก เพราะบางหน่วยงานจะต้องปรับเปลื่ยนและมีขั้นตอนการทำงานเพิ่ม เมื่อพนักงานทุกคนเข้าใจตรงกัน พวกเขาก็พร้อมจะจับมือเดินไปด้วยกัน

“และมันสำคัญมากที่ผู้บริหารจะคอยช่วยกันเช็ค ว่าการปฏิบัติงานของแต่ละแผนกเป็นไปตามขั้นตอนใหม่ที่ตกลงกันไว้ไหม เพื่อให้สามารถเข้าไปช่วยระดมกำลังแก้ไขอุปสรรคต่างๆ ได้ทันท่วงที ถ้าพบข้อผิดพลาด”


การสื่อสารอย่างต่อเนื่องเป็นประจำของผู้บริหาร คือ สิ่งที่ช่วยเน้นย้ำให้พนักงานเข้าใจถึงสำคัญ ว่าจะพยายามสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับงานและรีสอร์ทได้อย่างไร จะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้อย่างไร ที่เดอะเลกาซีพนักงานทุกคนสามารถอธิบายเรื่องนี้ให้กับผู้ที่มาใช้บริการรีสอร์ทได้

โดยวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ทีมงานของรีสอร์ทเห็นคุณค่าของเรื่อง Zero Food Waste และสร้างความภาคภูมิใจให้กับทุกคน คือ เดอะเลกาซีให้พนักงานแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานทำปุ๋ย วัสดุปลูก ไปจนถึงเชฟที่ใช้วัตถุดิบจากฟาร์มในรีสอร์ทไปทำอาหาร มีโอกาสได้นำเสนอและเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่เขาทำในโอกาสพิเศษหรือตอนที่มีคนภายนอกเข้ามาดูงานเรื่อง Zero Food Waste และเศรษฐกิจหมุนเวียน เช่น ตอนที่รีสอร์ทได้ต้อนรับผอ.ททท. จังหวัดกาญจนบุรี  


04 ต่อขยายคุณค่าออกไป

คุณวัลลภเล่าถึงวิสัยทัศน์ของเดอะเดกาซี ที่ไม่เพียงต้องการมอบประสบการณ์ที่ดีและสร้างความประทับให้แขกที่มาเข้าพักเท่านั้น แต่ต้องการเป็นจุดเล็กๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเรียนรู้ว่าการรักษาสิ่งแวดล้อมนั้นทำได้ทุกวัน

“หลายๆ คนคิดว่าจะต้องไปปลูกป่า ถึงจะเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อน ซึ่งก็เป็นเรื่องดีมาก แต่ทำไม่ได้ทุกวัน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวันให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แม้อาจจะเป็นสิ่งเล็กๆ แต่ผมมองว่ามันคือการรักษ์โลกในทุกวัน ซึ่งเป็นแรงกระเพื่อมในการเปลี่ยนแปลงสังคมและโลกที่ต่อเนื่องและยั่งยืน”

คุณวัลลภอธิบายว่าการดำเนินงานและกิจกรรมด้าน Zero Food Waste และเศรษฐกิจหมุนเวียนทั้งหมด ในรีสอร์ทของเดอะเลกาซีทำ สามารถเป็นตัวอย่างให้แขกที่มาพักเห็นว่าทุกคนจะสามารถจัดการกับขยะอาหารที่บ้านในทุกๆ วันได้อย่างไร และการที่พนักงานของรีสอร์ทซึ่งเป็นคนในชุมชนมีความตระหนักเรื่องนี้อย่างเข้มข้น ก็นับเป็นการส่งต่อแนวคิดยั่งยืนให้ขยายผล ถูกนำไปปฏิบัติต่อยังชุมชนโดยรอบด้วย


05 เส้นทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด

“เราส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ไม่ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศและปล่อยคาร์บอนต่ำ กิจกรรมของรีสอร์ทจึงถูกออกแบบให้สอดรับแนวคิดนี้ เช่น ปั่นจักรยานเที่ยวชมวิถีชุมชน การพาย SUP Board ในแม่น้ำแควน้อย เรายังจัดแคมป์ศึกษาดูนกด้วย เพราะในรีสอร์ทมีความเป็นธรรมชาติสูง เราจึงมีนกหลากหลายชนิดทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพแวะเวียนเข้ามาเป็นประจำ


“และเพื่อให้การเรียนรู้เรื่อง Zero Food Waste เป็นเรื่องสนุก เราจัดทัวร์กิจกรรมสนุกๆ ให้แขกและเด็กๆ ที่มาพักได้ลองให้อาหารไก่และเก็บไข่ไก่สดๆ จากฟาร์ม  ฝึกคัดแยกขยะเพื่อทำเป็นปุ๋ยจากเศษอาหารไว้ใช้เองที่บ้าน และลองปลูกผักสลัดเอง”

คุณวัลลภกล่าวทิ้งท้ายว่า เดอะเลกาซี ริเวอร์แคว รีสอร์ทจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ เส้นทางสู่ความยั่งยืนของรีสอร์ทยังต้องปรับปรุงและพัฒนาวิธีการดำเนินธุรกิจต่อไป เพื่อให้เดอะเลกาซีเป็นผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainability Tourism) และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในทุกๆ มิติ

ร่วมเปลี่ยนแปลงโลกกับเรา
Global Compact
Network Thailand
APPLY FOR MEMBERSHIP