GCNT EXPO 2026 |  Thailand2: Building Human Capital for the Next Economy ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

สรุปในงาน GCNT EXPO 2026: FROM SHOCK TO SHIFT: Sustainable Transition in a Fractured World”  หัวข้อ Thailand2: Building Human Capital for the Next Economy ยกกำลังประเทศไทย ด้วยทุนมนุษย์แห่งอนาคต จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569  อาคาร True Digital Park (West) โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับ ทุนมนุษย์แห่งอนาคต

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว กฎเกณฑ์และแนวทางเดิมที่เคยนำพาประเทศไทยไปสู่ความสำเร็จในอดีต อาจไม่เพียงพอที่จะรับมือกับความท้าทายในปัจจุบันและอนาคต ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเร่งปรับตัวให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมทั้งวางรากฐานการพัฒนาประเทศบนแนวคิดเรื่องความยั่งยืน ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อให้เศรษฐกิจและสังคมไทยสามารถเติบโตและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคง

ประการแรก ความยั่งยืนต้องเริ่มลงมือทำทันที และเป็นภารกิจของทุกคน การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอให้ถึงปีเป้าหมาย หรือรอให้มีกฎหมายออกมาบังคับใช้ก่อนจึงจะเริ่มต้นได้ เพราะหลายเรื่องสามารถลงมือทำได้ทันที และเมื่อทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนจนเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม กฎหมายและนโยบายก็สามารถพัฒนาขึ้นมารองรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้ในภายหลัง

ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจเองก็จำเป็นต้องปรับมุมมองต่อเรื่องความยั่งยืน จากเดิมที่อาจถูกมองว่าเป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสังคมหรือความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางธุรกิจและหัวใจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว โดยเฉพาะผู้นำองค์กรที่ต้องเป็นผู้ริเริ่มและลงมือขับเคลื่อนเรื่องนี้ด้วยตนเอง

ประการที่สอง การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อพลิกโฉมเศรษฐกิจและสังคม เมื่อโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่เศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ประเทศไทยจึงต้องอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับประเทศ โดยมีแนวทางการปรับตัวใน 5 มิติหลัก

  1. เปลี่ยนจากเศรษฐกิจต้นทุนต่ำสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ด้วยการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมมายกระดับภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม เช่น การพัฒนาสินค้าเกษตรไปสู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และการส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
  2. ก้าวข้ามเป้าหมายการลดคาร์บอนไปสู่เศรษฐกิจที่ส่งผลบวกต่อธรรมชาติ โดยไม่เพียงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ต้องมุ่งสร้างระบบเศรษฐกิจที่สามารถฟื้นฟูและสร้างคุณค่าให้กับธรรมชาติได้ด้วย
  3. เปลี่ยนจากผู้ใช้เทคโนโลยีเป็นผู้สร้างเทคโนโลยี โดยนำทรัพยากรธรรมชาติและจุดแข็งของประเทศมาต่อยอดผ่านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  4. ผลักดันธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานสีเขียว เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวเข้ากับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและโอกาสทางธุรกิจรูปแบบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น
  5. สร้างการเติบโตที่กระจายผลประโยชน์อย่างทั่วถึง เพื่อให้ทุกคนที่อยู่ในห่วงโซ่เศรษฐกิจสามารถได้รับประโยชน์จากการเติบโต ไม่ใช่เพียงบางกลุ่มหรือบางพื้นที่เท่านั้น

ประการที่สาม การสร้างโครงสร้างพื้นฐานและเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นพื้นที่ทดลองจริง นอกจากการปรับตัวของภาคธุรกิจและการนำเทคโนโลยีมาใช้แล้ว ภาครัฐก็มีบทบาทสำคัญในการวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ นวัตกรรม การเงิน และทุนมนุษย์

ในส่วนของทุนมนุษย์ ประเทศไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงการพัฒนาทักษะใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยสามารถปรับตัวและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน การพัฒนานวัตกรรมก็ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงในห้องปฏิบัติการ แต่ควรนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีออกมาทดลองใช้ในพื้นที่จริง โดยเปลี่ยนทั้งเมือง ชุมชน และแหล่งธรรมชาติของประเทศไทยให้เป็นพื้นที่ทดลองหรือ Living Lab เพื่อทดสอบนวัตกรรมในสถานการณ์จริง ก่อนนำไปต่อยอดและขยายผลเพื่อแก้ไขปัญหาในระดับประเทศ

สุดท้ายนี้ การยกกำลังประเทศไทยต้องเริ่มจากคน เทคโนโลยี และการลงมือทำร่วมกันการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนอาจไม่ได้เกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน และในช่วง 1–2 ปีแรก ประเทศอาจต้องเผชิญกับอุปสรรค ความท้าทาย และความล่าช้าจากการวางระบบและสร้างรากฐานใหม่

อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสนับสนุน และทุนมนุษย์ได้รับการเตรียมพร้อมอย่างเป็นระบบ การเติบโตของประเทศก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้อย่างก้าวกระโดด หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงนโยบายหรือเทคโนโลยี แต่คือ ความร่วมมือและการลงมือทำของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และประชาชน ที่ต้องร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง เพื่อให้ประเทศไทยก้าวพ้นจากการตั้งรับต่อวิกฤตและความเปลี่ยนแปลง ไปสู่การเป็นประเทศที่สามารถสร้างโอกาสใหม่ด้วยทุนมนุษย์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งอนาคตได้อย่างแท้จริง

Share the Post:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง