เปิดตัว “ThaiWater Challenge” ดึงพลังเยาวชน รู้น้ำ รู้อากาศ ทั่วไทย พร้อมยกระดับ “ThaiWater โฉมใหม่” รับมือภัยพิบัติ

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ร่วมกับ สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ประกาศเปิดตัวโครงการ “ThaiWater Challenge สร้างเครือข่ายเยาวชน รู้น้ำ รู้อากาศ ทั่วไทย” โดยได้รับการสนับสนุนจาก 5 องค์กรภาคเอกชนชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท เขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี จำกัด (KIZ) บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) (SCGC) และบริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด (TCP)

โครงการ ThaiWater Challenge จัดขึ้นเพื่อสร้างเครือข่ายนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ให้มีความรู้และทักษะในการนำข้อมูลสภาพน้ำและสภาพภูมิอากาศมาติดตาม วิเคราะห์ และสื่อสารผ่านสื่อสร้างสรรค์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ลงสู่ชุมชนและสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ

ในแผนการดำเนินงานระยะแรก กลุ่มเป้าหมายเปิดรับสมัครนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ (ภูมิภาคละประมาณ 50–100 คน) โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้เชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญจาก สสน. และภาคีเครือข่าย ก่อนนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริง พร้อมส่งผลงานเข้าประกวดเพื่อร่วมเป็นเครือข่ายเยาวชนที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีสร้างประโยชน์ให้กับสังคม

ยกระดับ “ThaiWater โฉมใหม่” บริหารจัดการน้ำบนข้อมูลเดียวกัน งานเปิดตัวโครงการดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว “ThaiWater โฉมใหม่ : ยกระดับแพลตฟอร์มข้อมูลน้ำแห่งชาติ” พร้อมมอบนโยบายให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน และเครือข่าย อว. ส่วนหน้าทั่วประเทศ ในการนำข้อมูลจากแพลตฟอร์ม ThaiWater และศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัดไปใช้ติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวังภัยพิบัติ และสื่อสารกับประชาชนบนพื้นฐานของ “ข้อมูลชุดเดียวกัน”

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ข้อมูลว่า “การใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นการตัดสินใจ เปลี่ยนการตัดสินใจให้เป็นการป้องกัน และเปลี่ยนการป้องกันให้เป็นความปลอดภัยของประชาชน เพราะความมั่นคงของประเทศในอนาคต จะไม่ได้วัดจากการรับมือกับวิกฤตได้ดีเพียงใด แต่จะวัดจากการที่เรารู้เท่าทัน เตรียมพร้อม และลดความสูญเสียได้ก่อนที่วิกฤตจะเกิดขึ้น”

ความร่วมมือในโครงการ ThaiWater Challenge ครั้งนี้ สะท้อนถึงการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13: Climate Action) และการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 17: Partnerships for the Goals) ผ่านการดึงพลังของเยาวชนรุ่นใหม่ เข้ามามีส่วนร่วมในการใช้ข้อมูลและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้ชุมชนและสังคมไทยสามารถรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเข้มแข็ง

Share the Post:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง