"วัน แบงค็อก" ร่วมมือกับ "เอสซีจี" ยึดเศรษฐกิจหมุนเวียนปั้นต้นแบบ "ก่อสร้างยั่งยืน"

Environment
อภิมหาโปรเจกต์ วัน แบงค็อก (One Bangkok) มูลค่าการลงทุนกว่า 1.2 แสนล้านบาท ไม่เพียงมีสถานะเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่และครบวงจรใจกลางกรุงเทพฯ บนเนื้อที่รวม 104 ไร่ หรือกว่า 166,400 ตร.ม. บนถนนสายเศรษฐกิจแห่งอนาคตอย่างถนนวิทยุ และพระราม 4

"วัน แบงค็อก" ยังมาพร้อมปรากฎการณ์ใหม่หลากหลายมิติ หนึ่งในนั้นคือ มาตรฐานใหม่ด้านการออกแบบ และแนวปฏิบัติด้านการก่อสร้างที่ยั่งยืนภายใต้หลัก เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy



ในฐานะโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่พัฒนาขึ้นบนหลักการที่เน้นผู้คนเป็นศูนย์กลางควบคู่กับการสร้างความยั่งยืน วัน แบงค็อก มีศักยภาพที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ที่ผ่านมา "วัน แบงค็อก" และ "เอสซีจี" ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการบริหารการก่อสร้างโครงการแบบยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน 4 ฉบับ ประกอบด้วย

  1. การนำเศษคอนกรีตจากการตัดเสาหัวเข็มที่เหลือใช้มารีไซเคิลเพื่อผลิตผนังหล่อสำเร็จรูป
  2. การนำอิฐมวลเบาที่เหลือใช้จากการก่อสร้างมารีไซเคิลและผลิตเป็นแผ่นผนังกันเสียงคิวคอน (Q-CON Sound Barrier) เพื่อใช้ในบริเวณผนังอุโมงค์ทางลอดเข้าโครงการฯ
  3. การจัดการขยะที่เกิดจากการก่อสร้างโครงการแบบองค์รวม
  4. การจัดการเศษอาหารด้วยเครื่องย่อยเศษอาหารประสิทธิภาพสูงในโครงการเปลี่ยนเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ย 

ความร่วมมือทั้งหมดนี้ มุ่งแก้ปัญหาทรัพยากรส่วนเกินและปัญหาการจัดการวัสดุเหลือใช้จากการก่อสร้างและการวางระบบกำจัดเศษอาหาร ซึ่งถือเป็นความท้าทายในโลกปัจจุบัน แนวทางการดำเนินการจากการร่วมมือกันนี้จะช่วยยกระดับให้อุตสาหกรรมการก่อสร้างมีความยั่งยืนมากขึ้น เดินหน้าสู่แนวคิดลดปริมาณของเสียในหน่วยงานก่อสร้างให้มากที่สุด และยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต



ปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด ผู้พัฒนาโครงการ วัน แบงค็อก กล่าวว่า  "วัน แบงค็อก" คือ โครงการระดับมาสเตอร์พีซที่มุ่งสู่การเป็นต้นแบบของการกำหนดมาตรฐานใหม่ในด้านการออกแบบคุณภาพความยั่งยืนในประเทศไทย ซึ่งเราได้ร่วมมือกับเอสซีจีที่เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์และมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างคุณค่าด้วยการวางแนวปฏิบัติด้านการก่อสร้างที่ยั่งยืนภายใต้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน สอดคล้องนโยบายหลักของ "เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด" มุ่งลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) ภายในปี 2593 ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้ขับเคลื่อนธุรกิจโดยการบูรณาการแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเข้าไปยังห่วงโซ่คุณค่า นับตั้งแต่การลงทุน ออกแบบ พัฒนา และดำเนินงาน โดยเน้นการลดคาร์บอนจากการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีที่ทันสมัย

นิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า การขยายตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้างส่งผลให้เศษวัสดุเหลือทิ้งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เอสซีจี ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างจึงนำแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการ คิดค้นสูตรส่วนผสมใหม่ในการผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปจากคอนกรีตที่เหลือใช้จากการก่อสร้างในโครงการ วัน แบงค็อก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศษวัสดุเหลือทิ้ง เรียกได้ว่า เป็นแผนการจัดการขยะจากการก่อสร้างโครงการแบบองค์รวม เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการก่อสร้างให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Construction รับการเติบโตของประเทศไทยในอนาคต เอสซีจี เน้นการหมุนเวียนทรัพยากรและวัสดุที่ไม่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หรือ Turn Waste to Value สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศษวัสดุเหลือทิ้ง

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการบริหารการก่อสร้างโครงการแบบยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน 4 ฉบับ ประกอบด้วย 

  • การนำเศษคอนกรีตจากการตัดเสาหัวเข็มที่เหลือใช้มารีไซเคิล เพื่อผลิตผนังหล่อสำเร็จรูปและนำมาใช้ในโครงการ เป็นการวางแผนการจัดการของเสียอย่างยั่งยืน ที่มีเป้าหมายเพื่อลดขยะและฝุ่นจากการก่อสร้าง โดยการนำเทคโนโลยีในการบดย่อยหัวเสาเข็มที่เหมาะกับการก่อสร้างกลับมาใช้ใหม่ ในรูปแบบการผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป (precast) เพื่อนำไปสร้างผนังภายนอกอาคารในโครงการวัน แบงค็อก 
  • การจัดการขยะที่เกิดจากการก่อสร้างโครงการแบบองค์รวม โดยวัน แบงค็อกมอบหมายให้เอสซีจี มาเป็นผู้ดูแลการจัดการคัดแยกขยะต่างๆ ทั้งขยะจากการก่อสร้าง ขยะอันตราย และเศษอาหารอย่างเป็นระบบ ต่อยอดจากการคัดแยกขยะที่โครงการวัน แบงค็อกได้ดำเนินการร่วมกับผู้รับเหมาโครงการมาตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง โดยการนำเทคโนโลยีการแสดงผลข้อมูลตามเวลาจริง ที่สามารถติดตามจำนวนขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวันมาแสดงต่อผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปพัฒนา และบริหารแผนจัดการขยะที่เกิดขึ้นภายในไซต์ก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การนำอิฐมวลเบาที่เหลือใช้จากการก่อสร้างในโครงการวัน แบงค็อก มารีไซเคิล และผลิตเป็นแผ่นผนังกันเสียงคิวคอน (Q-CON Sound Barrier) เพื่อใช้ในบริเวณผนังอุโมงค์ทางลอดเข้าโครงการ กระบวนการรีไซเคิลในครั้งนี้ เริ่มต้นโดยนำเศษอิฐมวลเบาที่เหลือใช้ มาเข้าเครื่องบดให้ออกมาเป็นเศษผงอิฐมวลเบา (Aggregate) และนำมาเป็นส่วนผสมในการผลิตแผ่นผนังกันเสียงคิวคอน (Q-CON Sound Barrier) เพื่อใช้ก่อสร้างผนังในบริเวณทางลอดใต้อุโมงค์ เข้าโครงการฯ  ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ของไทย
  • การจัดการเศษอาหารด้วยเครื่องย่อยเศษอาหารเพื่อเปลี่ยนเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ย เป็นการนำเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการยอมรับและใช้ในสถานที่ชั้นนำทั่วโลก มาแปรรูปเศษอาหาร ขยะอินทรีย์ให้เป็นปุ๋ยและวัสดุปรับปรุงดินและนำมาใช้ปลูกต้นไม้ภายในโครงการและสถานที่อื่นๆ โดยตัวเครื่องสามารถย่อยเศษอาหารเป็นปุ๋ยภายใน 10 ชั่วโมง อีกทั้งยังใช้ระบบปิด (Operated in Closed Circuit System) ที่สามารถป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์จากขยะเศษอาหารขณะเครื่องทำงาน และได้ปุ๋ยและวัสดุปรับปรุงดินที่มีความปลอดภัย ไร้เชื้อโรคและมีแร่ธาตุตามเกณฑ์ของกรมวิชาการเกษตร เครื่องย่อยเศษอาหารดังกล่าวนี้จะถูกนำมาใช้ตั้งแต่ช่วงการก่อสร้างโครงการฯซึ่งจะมีเศษอาหารจากการบริโภคของคนงานก่อสร้าง ไปจนถึงช่วงเปิดดำเนินการในเฟสแรก ซึ่งจะถูกนำมาใช้กับทุกส่วนของโครงการวัน แบงค็อก 

เพื่อเป็นการตอกย้ำเจตนารมย์ด้านความยั่งยืนในการขับเคลื่อนธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม วัน แบงค็อก ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของงาน Sustainability Expo พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อผนึกกำลังสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศไทย ซึ่งภายในงานประกอบไปด้วย นิทรรศการ การเสวนาด้านความยั่งยืน การนำนวัตกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมระดับโลกมาจัดแสดง รวมถึงกิจกรรมต่างๆ โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2565

วัน แบงค็อก คือโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่และครบวงจรที่สุดตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร โดยมีมูลค่าการลงทุนกว่า 1.2 แสนล้านบาท บนเนื้อที่รวม 104 ไร่ หรือ 166,400 ตารางเมตร บนถนนวิทยุและถนนพระราม 4 เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว โครงการ วัน แบงค็อก จะประกอบไปด้วยอาคารสำนักงานแบบพรีเมียมเกรดเอ จำนวน 5 อาคาร พื้นที่รีเทล 4 โซน โรงแรมระดับลักซ์ชัวรีและไลฟ์สไตล์ จำนวน 5 แห่ง และอาคารที่พักอาศัยระดับลักซ์ชัวรีอีกจำนวน 3 อาคาร ซึ่งดำเนินงานภายใต้แนวคิดที่คำนึงถึงผู้คน ความยั่งยืน และการใช้ชีวิตแบบเมืองอัจฉริยะ โดยตั้งเป้าเป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองทั้งมาตรฐาน LEED for Neighborhood Development ระดับ Platinum สำหรับการพัฒนาชุมชนแวดล้อม และมาตรฐานรับรองอาคาร WELL เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคาร ซึ่งเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการพัฒนาโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในประเทศไทย โครงการ วัน แบงค็อก พร้อมเปิดเฟสแรกในปี ไตรมาสที่ 4 ปี 2566  





ที่มา: https://www.bangkokbiznews.com/corporate-moves/business/business_property/1023941 
ร่วมเปลี่ยนแปลงโลกกับเรา
Global Compact
Network Thailand
APPLY FOR MEMBERSHIP