เศรษฐกิจหมุนเวียนแบบ PlanToys แบรนด์ของเล่นไม้ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การสร้างกำไรบนความยั่งยืนนั้นเกิดขึ้นได้จริง

Blog

แปลนทอยส์ (PlanToys) คือบริษัทผลิตของเล่นไม้สัญชาติไทยอายุ 40 ปี ที่ตั้งใจออกแบบของเล่นให้เด็กๆ มีพัฒนาการอย่างสมวัย ด้วยแนวคิดการทำธุรกิจอันเรียบง่ายแต่สร้างผลลัพธ์ทรงพลัง นั่นคือการเลือกใช้วัตถุดิบและรูปแบบผลิตที่เป็นมิตรกับโลก จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะครองใจผู้ปกครองและเหล่านักเล่นตัวน้อยใน 65 ประเทศทั่วโลกมาอย่างยาวนาน

ของแปลนทอยส์ทุกๆ รายละเอียดประกอบขึ้นจากความห่วงใยมนุษย์และสิ่งแวดล้อม พวกเขาแต่งแต้มของเล่นด้วยสีไร้สารตะกั่ว กาวไร้สารก่อมะเร็ง ของเล่นไร้สารพิษ 100 เปอร์เซ็นต์จึงถูกส่งต่อจากมือพนักงานในโรงงานสู่มือของเด็กๆ ทั่วโลกอย่างปลอดภัย และสร้างมลภาวะแก่โลกใบนี้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ของเล่นแต่ละชิ้นผลิตขึ้นจากต้นยางพาราที่หมดอายุการให้น้ำยาง แม้แต่ผงขี้เลื่อยที่เกิดจากการไส ขัด เจาะ ไม้ยางพาราในโรงงานผลิตของแปลนทอยส์ พวกเขายังสร้างสรรค์พวกมันจนกลายเป็นวัสดุที่สามารถอัดขึ้นรูปเป็นของเล่นชิ้นใหม่ได้อีกครั้ง เพิ่มมูลค่าจากขี้เลื่อยธรรมดากิโลกรัมละไม่กี่บาท เป็น PlanWood ที่ราคาสูงถึงกิโลกรัมละหนึ่งพันบาท สร้างมูลค่าเพิ่มและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

GCNT ชวนสนทนากับคุณโกสินทร์ วิระพรสวรรค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแปลนทอยส์ จำกัด ผู้จะมาเล่าเรื่องราวของแบรนด์ที่แม้จะก่อตั้งมาแล้วถึงสี่ทศวรรษ แต่ก็ไม่เคยหยุดนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ

โดยทุกวันนี้แปลนทอยส์เดินหน้าสู่ Sustainable Play ซึ่งการเล่นสอดประสานอย่างกลมกลืนไปกับความยั่งยืน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ตลอดจนลดการเกิดขยะ

พวกเขามีทั้งโมเดลธุรกิจให้เช่าของเล่น Toy Library ซึ่งแก้ปัญหา “เล่นไม่กี่ครั้งก็กลายเป็นขยะ” ได้อย่างอยู่หมัด ด้วยแนวคิด Circular Economy ของเล่นแต่ละชิ้นจะถูกส่งต่อให้เด็กๆ นับสิบนับร้อยคนหมุนเวียนเล่นกันอย่างไม่รู้จบ และ Forest of Play สนามของเล่นไม้ขนาดใหญ่ที่เด็กๆ เข้ามาแชร์การเล่น ปลดปล่อยพลังงาน และเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ร่วมกัน โดยไม่ต้องขนของเล่นกลับไปที่บ้าน

โอกาสและช่องทางธุรกิจเกิดจากความช่างคิด การเปิดใจ และการเรียนรู้ที่จะต่อยอด บนพื้นฐานของเจตนาดีที่จะไม่เบียดเบียนสังคมและสิ่งแวดล้อม อย่างแปลนทอยส์ที่มองนอกกรอบว่าการทำธุรกิจของเล่น ไม่จำเป็นต้องขาย “ของเล่น” เสมอไป หัวใจที่แท้จริงอยู่ที่ “การเล่น” ซึ่งนำไปสู่โมเดลธุรกิจใหม่ๆ ข้างต้นนั่นเอง

 

01 ของเล่นที่เป็นมากกว่าของเล่น


“เราเริ่มจากการทำโรงเรียนเพื่อปลูกฝังการเรียนรู้ใหม่ๆ ที่สมวัยให้กับเด็ก จนเมื่อทำโรงเรียนมาสักพักก็พบว่า เรามีความสามารถในการออกแบบสื่อการเรียนการสอน จึงมีการทำของเล่นขึ้นมาเพื่อใช้ในโรงเรียน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของแปลนทอยส์เมื่อ 40 ปีก่อน”

คุณโกสินทร์เล่าว่า แปลนทอยส์ให้ความสำคัญกับการเห็นโลกดีขึ้น (Passion for Betterment) มาตั้งแต่แรกเริ่ม โดยเป็นบริษัทแรกๆ ที่ประยุกต์ความยั่งยืนเข้ากับธุรกิจอย่างจริงจัง ก่อนคำว่า Sustainability Development จะถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย แปลนทอยส์ใช้แนวคิด Green Toy, Green Company, Play in Harmony with Nature เน้นการเล่นกับธรรมชาติและการเล่นที่รักษาธรรมชาติ ซึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อนนับเป็นเรื่องใหม่มากในตลาดการค้า 

“ข้อดีของการกระโดดลงมาทำเรื่องที่ยังใหม่ คนยังไม่คุ้นเคย คือมันทำให้เรามีเข็มทิศที่ชัดเจนว่าจะต้องทำให้ทุกคนเข้าใจเรื่องนี้ให้สำเร็จ แรงผลักดันตรงนั้นทำให้เราเดินทางมาจนถึงทุกวันนี้ เรามุ่งมั่นกับการพัฒนาวัตถุดิบ รวมถึงเทคนิคการผลิตใหม่ๆ ที่ทำให้การออกแบบของเล่นไม้ซึ่งดูเรียบง่าย เต็มเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมและประสิทธิภาพในการเสริมสร้างพัฒนาการให้เด็กๆ”

คุณโกสินทร์อธิบายว่า แม้แปลนทอยส์จะอยู่บนเส้นทางแห่งความยั่งยืนมาอย่างยาวนาน แต่สิ่งหนึ่งที่จะต้องทำมากขึ้นนับจากนี้ คือการสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจให้ทั้งผู้บริโภค คู่ค้า ตลอดจนคนในสังคมเห็นว่าการทำธุรกิจตลอดจนการสร้างกำไรบนความยั่งยืนนั้นเกิดขึ้นได้จริง อย่างที่บริษัทผลิตของเล่นไม้แห่งนี้นำองค์ความรู้และทฤษฎีต่างๆ มาปรับใช้ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา


02 โอกาสธุรกิจจากเจตนาดี


ความยั่งยืนแบบแปลนทอยส์ถูกขับเคลื่อนไปพร้อมกันใน 3 มิตินั่นคือผู้คน (People) โลก (Planet) และผลกำไร (Profit) 

“ในการทำธุรกิจ การสร้างความยั่งยืน ต้องมาพร้อมความสามารถในการทำกำไร โดยที่ผ่านมาแปลนทอยส์ทำความเข้าใจและศึกษากระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เรามองหาโอกาสที่นำไปสู่การต่อยอดธุรกิจอยู่เสมอ ซึ่งหลายครั้งโอกาสเหล่านั้นมีจุดเริ่มต้นจากความต้องการดูแลคน ดูแลสิ่งแวดล้อม”

คุณโกสินทร์ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ PlanWood ของแปลนทอยส์ ซึ่งเกิดจากความต้องการแก้ปัญหาขี้เลื่อยในโรงงาน ด้วยความเป็นห่วงพนักงานที่ต้องสูดลมฝุ่นจากการขัด ถู และไสไม้ บริษัทจึงลงทุนติดตั้งระบบท่อดูดฝุ่นที่เครื่องจักรทุกตัวเพื่อจำกัดขี้เลื่อยเหล่านั้นออกไป อย่างไรก็ตามแม้โรงงานจะสะอาดสะอ้าน แต่ผลที่ตามมาคือพลังงานมหาศาลจากกระบวนการนี้ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 40 เปอร์เซ็นต์ของค่าไฟฟ้าทั้งโรงงาน

“ทีมงานเลยมาช่วยกันระดมสมองว่า จะสร้างมูลค่าให้ขี้เลื่อยมากมายจากกระบวนการผลิตนี้ได้อย่างไรบ้าง สุดท้ายเรานำขี้เลื่อยไปผสมกับผงสีออร์แกนิก ผสานด้วยกาวไร้สารฟอร์มัลดีไฮด์ แล้วอัดขึ้นรูปใหม่บนแม่พิมพ์แรงดันสูง กลายเป็นผลิตภัณฑ์ของเล่นไลน์ใหม่ในชื่อ PlanWood ซึ่งแข็งแรงทนทานสามารถขึ้นเป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้ง่ายกว่ากระบวนการแบบดั้งเดิม สร้างมูลค่าจากตัวขี้เลื่อยธรรมดาไปเป็นสินค้าอื่นได้อีกเยอะแยะมากมาย”

 

03 การเล่นที่ยั่งยืน

“ความท้าทายของเราคือ ทำอย่างไรให้ของเล่นหนึ่งชิ้น ถูกหมุนเวียนเล่นซ้ำๆ เพราะของเล่นแต่ละชิ้นถูกผลิตขึ้นจากทรัพยากรและพลังงานของโลกใบนี้ ขณะเดียวกันมันก็ปล่อยก๊าซคาร์บอน ดังนั้นภารกิจเพื่อสร้างการเล่นที่ยั่งยืน (Sustainable Play) อายุขัยของผลิตภัณฑ์ถูกยืดออกไป แทนที่จะถูกเล่นอยู่แค่ไม่กี่เดือน”

ความท้าทายดังกล่าวนำแปลนทอยส์ไปสู่การต่อยอดธุรกิจใหม่ด้วยแนวทางใหม่ๆ ขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจออกไปจากการแค่ผลิตของเล่นเพียงอย่างเดียว ไปสู่งานด้านบริการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิด Toy Clinic บริการรับซ่อม ไปจนถึง Toy Library บริการให้เช่าของเล่น

“โมเดลธุรกิจใหม่ Toy Library  ที่เรากำลังพัฒนาอยู่นี้มีความท้าท้ายหลายมิติที่เราต้องค่อยๆ ปรับและเรียนรู้ไป เช่น ลูกค้าบางครอบครัวไม่สะดวกใจที่จะใช้ของเล่นใช้ซ้ำ ในขณะที่บางครอบครัวก็ยินดีที่จะเช่า เพื่อให้ลูกเล่นสักระยะหนึ่งแล้วส่งคืน 

“อย่างไรก็ตามความต้องการของผู้บริโภคแต่ละรายนั้นแตกต่างกัน บางครอบครัวของเล่นถือเป็น Valuable Products ที่มีคุณค่า มีการเก็บรักษาอย่างดีและส่งต่อรุ่นต่อรุ่น เราคงไปกำหนดกับผู้บริโภคว่า ไม่ขายแล้วให้แค่เช่าอย่างเดียวไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้คือพยายามสร้างความเข้าใจให้ลูกค้าเห็นถึงเจตนาในการเยียวยาสิ่งแวดล้อมของเรามากขึ้น”


04 ห้องสมุดของเล่น

คุณโกสินทร์เล่าว่า ตั้งแต่เริ่มดำเนินการโปรเจกต์แรกของ Toy Library แปลนทอยส์ได้รับผลตอบรับที่ดี นับว่าค่อนข้างประสบผลสำเร็จ อย่างไรก็ตามมีบทเรียนหลายอย่างที่ทีมงานต้องนำมาต่อยอดพัฒนาอีก โดยใช้หลักการแบบ Start Up ไม่โถมเงินลงทุนเยอะมหาศาลลงไป แต่เน้นการเรียนรู้ไวและมองหาโซลูชันในการแก้ปัญหานั้นๆ อย่างรวดเร็ว 

“เช่น เหตุผลที่ไม่มีลูกค้าปัจจุบันใช้บริการเช่าเลย เมื่อทำวิจัยเชิงลึก เราได้คำตอบว่าของเล่นที่ปล่อยให้เช่า ซึ่งเราครีเอทบริการเสริมจับเซ็ทคู่กับหนังสือนิทาน หนังสือประกอบภาพด้วย เป็นของเล่นชิ้นเล็กที่ลูกค้ามีอยู่แล้ว โปรเจกต์ต่อมาเราจึงเพิ่มคอลเลกชันใหม่ๆ ที่ชิ้นใหญ่ขึ้น ใส่เข้าไปในการปล่อยเช่าด้วย อย่างพวกชุดครัว หรือบ้านตุ๊กตาหลังใหญ่”

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ Application ในการยืม-คืน ซึ่งเป็นงานระบบหลังบ้าน รวมถึงข้อจำกัดด้านการขนส่งภายในประเทศ เช่น บ้านลูกค้าอยู่ไม่ไกลมาก แต่กว่าจะขับรถมายืมและคืนได้ใช้ระยะเวลาจำนวนหนึ่ง โดยปัจจุบันแปลนทอยส์มีการหารือเพื่อพัฒนาส่วนนี้กับพาร์ทเนอร์ที่ประเทศสหรัฐอเมริา ซึ่งมีประสบการณ์ด้านระบบยืม-คืน

“และเรื่องเล็กน้อยอีกมากมายที่เราอาจไม่เคยคิดถึงมาก่อน อย่างบรรจุภัณฑ์ที่ในอดีตเราเน้นออกแบบกล่องของเล่นให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุด กระทัดรัดที่สุด ซึ่งลูกค้าจะต้องแกะกล่องประกอบเองที่บ้าน ตอนนี้เมื่อเราพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ เส้นทางของสินค้าเปลี่ยนไป ปัญหาที่ตามมาคือ พอเล่นเสร็จ ลูกค้าต้องถอดประกอบ เพื่อเก็บของเล่นกลับเข้ากล่องเพื่อนำมาคืน ดังนั้นเราต้องปรับปรุงบรรจุภัณฑ์และวิธีการขนส่งเพื่อรองรับจุดนี้” 


05 แบ่งปันการเล่น


“เมื่อก่อนเราเคยได้รับคำถามว่า ทำไมเด็กทั่วโลกได้เล่นของเล่นคุณภาพดีจากแปลนทอยส์ แต่เด็กไทยกลับไม่ค่อยได้เล่น 

“เราจึงเริ่มทำโปรเจกต์ให้ยืมของเล่นร่วมกับห้องสมุดประชาชนตรัง ซึ่งเป็นจังหวัดที่โรงงานของเราตั้งอยู่ ให้ผู้ปกครองในละแวกนั้นเข้าไปใช้บริการยืมของเล่นจากห้องสมุดได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและค่าบริการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนส่วนหนึ่งจากทางห้องสมุดประชาชน นอกจากนี้ยังมีรถบรรทุกของเล่นเคลื่อนที่ ซึ่งจะขับเข้าไปยังชุมชนต่างๆ นำของเล่นและหนังสือไปให้เด็กๆ ได้เล่นและเรียนรู้กันอย่างทั่วถึงขึ้น”

ทุกวันนี้แปลนทอยส์ยังมี Forest of Play สนามของเล่นไม้ที่เด็กๆ สามารถเข้ามาเล่นได้อย่างสนุกสนาน โดยจ่ายแค่ค่าเข้าต่อครั้ง ไม่จำเป็นจะต้องขนของเล่นกลับไปหาพื้นที่เก็บที่บ้าน

คุณโกสินทร์กล่าวทิ้งท้ายว่า “การที่โมเดลธุรกิจใหม่ๆ ของแปลนทอยส์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) เน้นการให้เช่าของเล่น เปลี่ยนรายได้จากการขายมาเป็นการให้เช่าแทน สำหรับผมมองว่านี่ไม่ใช่แค่จุดเปลี่ยนมิติสิ่งแวดล้อม แต่เป็นจุดเปลี่ยนมิติสังคมด้วย เพราะค่าเช่าที่ถูกกว่าจะทำให้เด็กๆ เข้าถึงการเล่นของเล่นได้มากขึ้น”

“การปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจของเราคงไม่ใช่แบบหน้ามือเป็นหนังสือ แต่เป็นการปรับและต่อยอดธุรกิจที่ทำอยู่ทุกวันนี้ไปสู่กระบวนการทำงานแบบใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งแปลนทอยส์เชื่อว่า เราจะสามารถพาบริษัทไปสู่ธุรกิจแบบใหม่ได้อย่างประสบความสำเร็จเช่นกัน บนความมุ่งมั่นที่อยากเห็นกับการเห็นโลกดีขึ้นที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง”

__

ข้อมูลอ้างอิง


https://adaymagazine.com/working-culture-plantoys/

https://readthecloud.co/plan-toys-forest-of-play/

https://thestandard.co/sustainable-business-from-6-businesses-lessons/




ร่วมเปลี่ยนแปลงโลกกับเรา
Global Compact
Network Thailand
APPLY FOR MEMBERSHIP