I-SPARK: ปตท. พลิกมาบตาพุด สู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ มุ่งเป้า Net Zero

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันบนเวทีโลก ควบคู่กับการมุ่งสู่เป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ Net Zero ภายในปี 2050 เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนและการลดก๊าซเรือนกระจกตามกรอบ NDC (Nationally Determined Contribution) เป้าหมายการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จึงได้ริเริ่มโครงการ I-SPARK ขึ้น เพื่อเป็นต้นแบบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของไทย โดยบูรณาการพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐาน และนวัตกรรมในพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ให้เกิดเป็น Area-based Decarbonization Ecosystem ระบบนิเวศลดคาร์บอนระดับพื้นที่แห่งแรก ที่เอื้อต่อการลงทุนและการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไทย จากฐานปิโตรเคมีและพลังงานแบบเดิมสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำแห่งอนาคต

I-SPARK สะท้อนหัวใจและเป้าหมายการดำเนินงาน 6 ด้าน ได้แก่

  • I – Industrial: การยกระดับภาคอุตสาหกรรมหลัก
  • S – Sustainable: การเติบโตอย่างยั่งยืน
  • P – Pioneering: การบุกเบิกเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ
  • A – Alliance-driven: การผสานความร่วมมือทุกภาคส่วน
  • R – Replicable: การสร้างโมเดลต้นแบบที่สามารถขยายผลได้
  • K – Knowledge-centric: การเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และนวัตกรรม

ทั้งหมดนี้ถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์ ดังนี้

1. Low Carbon Energy & Solution: วางรากฐานพลังงานสะอาด รองรับการลงทุนแห่งอนาคต

มุ่งเน้นการจัดหาและพัฒนาพลังงานสะอาดเพื่อรองรับการเติบโตและการลงทุนใหม่ ได้แก่ การเพิ่มกำลังรองรับ LNG ของประเทศเป็น 25 ล้านตันต่อปี เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ การขยายกำลังการผลิตพลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงานรวมกว่า 1 กิกะวัตต์ การผลักดันไทยสู่การเป็น Regional Ammonia Hub สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำในโรงไฟฟ้า ตลอดจนการพัฒนา Carbon Capture & Storage (CCS) Hub ที่มีศักยภาพในการดักจับและกักเก็บคาร์บอนได้มากกว่า 5 ล้านตันต่อปี เพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมหนักทั้งในและต่างประเทศ

2. Shared / Common Infrastructure: โครงสร้างพื้นฐานร่วม เปิดทางสู่การลงทุนใหม่

เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม I-SPARK ได้ต่อยอดท่าเรือ ถังเก็บ และระบบท่อส่งในพื้นที่มาบตาพุดเดิม ให้กลายเป็น Decarbⁿ HuB หรือโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้งานร่วมกันเพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ ควบคู่กับการพัฒนาระบบบริหารจัดการและ Carbon Credit Platform เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อขายและชดเชยคาร์บอนเครดิต นอกจากนี้ ยังจัดตั้ง Knowledge & Collaboration Center เพื่อเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี นักลงทุน และภาครัฐเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจร

3. Specialties, Bio & Circularity: ยกระดับอุตสาหกรรม BCG

ต่อยอดรากฐานความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเดิม สู่การสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ผ่านโมเดลเศรษฐกิจ BCG โดยมุ่งเน้นการจัดการขยะพลาสติกรีไซเคิลแบบครบวงจร เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน การผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน จากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการบิน รวมถึงการศึกษาและพัฒนาเคมีชีวภาพและเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษเพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างยั่งยืน

เป้าหมายความสำเร็จภายในปี 2035

ภายในปี 2035 ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญระยะแรก I-SPARK ได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานที่ชัดเจนและวัดผลได้ ตั้งแต่การเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงานให้มากกว่า 1.0 กิกะวัตต์ การจัดตั้ง CCS Hub เพื่อดักจับและกักเก็บคาร์บอนให้ได้เกิน 5 ล้านตันต่อปี ไปจนถึงการผลักดันสู่การเป็น Ammonia Regional Hub ที่รองรับการผสมแอมโมเนียในโรงไฟฟ้าถ่านหินราว 210 เมกะวัตต์ ควบคู่ไปกับการพัฒนา LNG Hub ผ่านการก่อสร้าง LNG Terminal 3 เพื่อขยายกำลังการรองรับรวมกว่า 25 ล้านตันต่อปี รวมถึงการขับเคลื่อนด้าน Bio & Circularity ที่มุ่งผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพและผลิตภัณฑ์จากกระบวนการรีไซเคิลให้ได้มากกว่า 4 แสนตันต่อปี

การบูรณาการเป้าหมายทั้งหมดนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมไทยบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดรับเงินลงทุนใหม่ ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานให้แก่ภาคธุรกิจ พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งในระดับสากล

Share the Post:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง