GCNT EXPO 2026 | 17 Goals, One Journey มอง SDGs ผ่านเส้นทางการทำงานของอเล็กซ์ เรนเดล

สรุปในงาน GCNT EXPO 2026: FROM SHOCK TO SHIFT: Sustainable Transition in a Fractured World หัวข้อ “Fireside Chat: 17 Goals, One Journey มอง SDGs ผ่านเส้นทางการทำงานของอเล็กซ์ เรนเดล” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 อาคาร True Digital Park (West) โดยภายในงานได้รับเกียรติจากวิทยากร Alex Rendell ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีอีซี เอ็ชคิว จำกัด ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและถ่ายทอดองค์ความรู้ SDGs ผ่านเส้นทางการทำงานของอเล็กซ์ เรนเดล

วิชาสิ่งแวดล้อมศึกษา เครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงคนกับธรรมชาติ

พลังของเยาวชนและการศึกษา (Environmental Education) คือรากฐานที่ยั่งยืน ปัจจุบันเยาวชนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ (Sustainable Lifestyle) และมองว่าเป็นเรื่อง “เท่” การผลักดันวิชาสิ่งแวดล้อมศึกษา (Environmental Education) เข้าสู่โรงเรียนอย่างจริงจัง จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการเชื่อมโยงคนเข้ากับธรรมชาติจากอินเนอร์ข้างใน เพื่อสร้างเด็กรุ่นใหม่ที่คิดและปฏิบัติตัวรับผิดชอบต่อโลกเป็นเรื่องปกติ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงในอีก 20-30 ปีข้างหน้า เหมือนที่เกิดขึ้นแล้วในประเทศญี่ปุ่น หรือ เดนมาร์ก

ความยั่งยืนต้องใช้เวลา ความต่อเนื่อง และการแก้ปัญหาแบบ Win-Win กับชุมชน

การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ซึ่งเชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตและปากท้องของชาวบ้านโดยตรง ต้องอาศัยการเจรจาและความใจเย็นเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย (Win-Win) การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในเวลาสั้นๆ ตัวอย่างเช่น ชุมชนในจังหวัดสุรินทร์ที่ใช้เวลาถึง 30 ปีในการฟื้นฟูป่าและชุมชนจนชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หรือการฟื้นฟูอ่าวมาหยาที่ใช้จังหวะวิกฤตโควิด-19 เปลี่ยนแปลงระบบการจัดการจนระบบนิเวศและฉลามกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง

ภาคธุรกิจต้องเปลี่ยนผ่านจากแนวคิด CSR สู่ความยั่งยืนที่แท้จริง

หลายองค์กรยังคงติดอยู่กับกรอบการทำ CSR แบบเดิมๆ เช่น การจัดกิจกรรมปลูกป่าหรือเก็บขยะเพียง 1 วัน แล้วเปลี่ยนพื้นที่ไปเรื่อยๆ ทุกปี ซึ่งสามารถวัดผลได้เชิง CSR แต่วัดผลเชิงความยั่งยืนไม่ได้ การทำ Sustainability ที่แท้จริงต้องอาศัยการทำซ้ำๆ ในพื้นที่เดิมอย่างต่อเนื่องยาวนาน นอกจากนี้ องค์กรควรแยกงบประมาณและจุดประสงค์ระหว่างการทำ “การตลาด (Marketing)” และ “ความยั่งยืน (Sustainability)” ออกจากกันให้ชัดเจน เพื่อให้การขับเคลื่อนเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนอย่างแท้จริง

ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่แค่เรื่องของความยั่งยืน แต่คือเรื่องของ “การเอาชีวิตรอด”

ทุกวันนี้ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมได้ยกระดับกลายเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ทำให้เด็กในเชียงใหม่เลือดกำเดาไหล ปัญหาดินถล่มใส่โรงเรียน หรือวิกฤตหญ้าทะเลและพะยูนสูญพันธุ์ที่ภาคใต้ซึ่งกระทบต่ออาชีพประมงของชาวบ้าน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าปัญหาความยั่งยืนได้กลายเป็นเรื่องของ Survival Mode อย่างเต็มตัว การผลักดันนโยบายอย่าง Circular Economy ที่ทุกคนในห่วงโซ่ต้องมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน จึงเป็นกฎหมายที่จำเป็นอย่างยิ่งในการแก้ปัญหานี้

Share the Post:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง